ชื่อเรื่อง :

ชื่อไฟล์ : แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล../add_file/แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล
ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online
ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online
ชื่อไฟล์ : ข้อมูลระบบ file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ข้อมูลระบบ../add_file/ข้อมูลระบบ
ชื่อไฟล์ : บทความใหม่ file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: บทความใหม่../add_file/บทความใหม่
ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online
ชื่อไฟล์ : {$Duration:1200,$Opacity:2} file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: {$Duration:1200,$Opacity:2}../add_file/{$Duration:1200,$Opacity:2}
ชื่อไฟล์ : FM5StIFSun31114.jpg file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้
ชื่อไฟล์ : ขอข้อมูล file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ขอข้อมูล../add_file/ขอข้อมูล
ชื่อไฟล์ : เข้ามาเยี่ยมชมครับ file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: เข้ามาเยี่ยมชมครับ../add_file/เข้ามาเยี่ยมชมครับ
ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง ใหม่

file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง ใหม่

../add_file/

รอปรับปรุง ใหม่


ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง

file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง

../add_file/

รอปรับปรุง


ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง

file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง

../add_file/

รอปรับปรุง


ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง../add_file/รอปรับปรุง
ชื่อไฟล์ :

 

 

" class="w3-tag w3-theme-d4 w3-round w3-margin"> file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้
ชื่อไฟล์:

 

../add_file/

 


ชื่อไฟล์ :

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf

file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์:

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf

../add_file/

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf


ชื่อไฟล์ : ทดสอบ file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ทดสอบ../add_file/ทดสอบ
ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง../add_file/รอปรับปรุง
ชื่อไฟล์ : แบ่งเขตการปกครอง จำนวนหมู่บ้าน 16 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่1 บ้านศรีวิชา หมู่ 2 บ้านห้วยยาง หมู่3 บ้านนาขาม หมู่ 4 บ้านนาคำ หมู่5 บ้านบอน หมู่ 6 บ้านเหล่า หมู่7 บ้านพะเนาว์ หมู่ 8 บ้านลาดกะเฌอ หมู่9 บ้านม่วง หมู่10 บ้านนานกเค้า หมู่11 บ้านหนองบัวทอง หมู่12 บ้านลาดสมบูรณ์ หมู่13 บ้านคลองไผ่พัฒนา หมู่14 บ้านหนองแผกพัฒนา หมู่15 บ้านท่าวัดทุ่งพัฒนา หมู่16 บ้านลาดสมบูรณ์ใหม่ ประชากร จำนวนประชากร และครัวเรือน มีประชากรทั้งสิ้น 14,622 คน แยกเป็นชาย 7,302 หญิง 7,320 มีหลังคาเรือนทั้งหมด 5,138 ครัวเรือน โครงสร้างและการจัดหน่วยงาน อำนาจหน้าที่ ภารกิจ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ ติดต่อ เพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่จะให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารการดำเนินการต่างๆของหน่วยงานของรัฐ เพื่อที่ประชาชนจะได้ติดต่อขอใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐได้สมเจตนารมย์ มีความเข้าใจถึงระบบงาน การดำเนินการต่างๆ รวมทั้งรับรู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของตน เพื่อที่จะได้ปกป้องรักษาประโยชน์ของตนได้ จึงสมควรประกาศโครงสร้าง และการจัดหน่วยงาน อำนาจหน้าที่ ภารกิจ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ไว้ดังต่อไปนี้ หมวด ๑ ภารกิจ อำนาจหน้าที่ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และรวบรวมกฎหมายอื่นขององค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งนี้เพื่อให้ทราบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ที่จะเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนได้อย่างไร โดยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ในการดำเนินการตามภารกิจตามหลัก องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กำหนดวิธีการดำเนินการตามภารกิจสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนี้สามารถวิเคราะห์ภารกิจให้ตรงกับสภาพปัญหา โดยสามารถกำหนดแบ่งภารกิจได้ เป็น ๗ ด้าน ซึ่งภารกิจดังกล่าวถูกกำหนดอยู่ในพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้ ๑.๑ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) จัดให้มีและการบำรุงทางน้ำและทางบก (มาตรา ๖๗(๑)) (๒) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร (มาตรา ๖๘ (๑)) (๓) ให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น (มาตรา ๖๘ (๒)) (๔) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ (มาตรา ๖๘ (๔)) (๕) การสาธารณูปโภคและการก่อสร้างอื่นๆ (มาตรา ๑๖ (๔)) (๖) การสาธารณูปการ (มาตรา ๑๖ (๕)) ๑.๒ ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ (มาตรา ๖๗ (๖)) (๒) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ (มาตรา ๖๗ (๓)) (๓) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬาการพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ (มาตรา ๖๗ (๔))(๔) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส (มาตรา ๑๖ (๑๐))(๕) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (มาตรา ๑๖ (๒)) (๖) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน (มาตรา ๑๖ (๕)) (๗) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัวและการรักษาพยาบาล (มาตรา ๑๖ (๑๙)) ๑.๓ ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (มาตรา ๖๗ (๔)) (๒) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (มาตรา ๖๘ (๘)) (๓) การผังเมือง (มาตรา ๖๘ (๑๓)) (๔) จัดให้มีที่จอดรถ (มาตรา ๑๖ (๓)) (๕) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (มาตรา (๑๗)) (๖) การควบคุมอาคาร (มาตรา ๑๖(๒๘)) ๑.๔ ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว (มาตรา ๖๘ (๖)) (๒) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ (มาตรา ๖๘( ๕)) (๓) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร (มาตรา ๖๘ (๗)) (๔) ให้มีตลาด (มาตรา ๖๘ (๑๐)) (๕) การท่องเที่ยว (มาตรา ๖๘ (๑๒)) (๖) กิจการเกี่ยวกับการพาณิช (มาตรา ๖๘ (๑๑)) (๗) การส่งเสริม การฝึกและประกอบอาชีพ (มาตรา ๑๖ (๖)) (๘) การพาณิชย์กรรมและการส่งเสริมการลงทุน (มาตรา ๑๖ (๗)) ๑.๕ ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มาตรา ๖๘ (๗)) (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (มาตรา ๖๗(๒)) (๓) การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ (มาตรา (๑๗ (๑๒)) ๑.๖ ด้านการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น (มาตรา ๖๗ (๘)) (๒) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (มาตรา ๖๗ (๕)) (๓) การจัดการศึกษา (มาตรา ๑๖ (๙)) (๔) การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนาธรรมอันดีงามของท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๑๘)) ๑.๗ ด้านการบริหารจัดการและการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) สนับสนุนสภาตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น (มาตรา ๔๕ (๓)) (๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ตามความจำเป็นและสมควร (มาตรา ๖๗ (๙)) (๓) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎร ในการมีมาตรการป้องกัน (มาตรา ๑๖ (๑๖)) (๔) การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๓)) (๔) การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (มาตรา ๑๗ (๑๖)) ภารกิจทั้ง ๗ ด้านตามที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถจะแก้ไขปัญหาขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่ประกอบด้วยการดำเนินการขององค์การบริหารส่วนตำบล จะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นสำคัญ หมายเหตุ : มาตรา ๖๗,๖๘ หมายถึง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับปัจจุบัน : มาตรา ๑๖,๑๗ และ ๔๕ หมายถึง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ภารกิจหลัก และภารกิจรอง ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางจะดำเนินการ ภารกิจหลัก ๑. ด้านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ๒. ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ๓. ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย ๔. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๕. ด้านการพัฒนาการเมืองและการบริหาร ๖. ด้านการส่งเสริมการศึกษา ๗. ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภารกิจรอง ๑. ด้านการส่งเสริมการศึกษา การศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญา ท้องถิ่น ๒. ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชย์และการท่องเที่ยว ๓. ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินการ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดโครงสร้างส่วนราชการและหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการให้เป็นไปตามระบบจำแนกตำแหน่งในระบบแท่ง และให้เหมาะสมกับภารกิจตามหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการภายในไว้ ดังนี้ หน่วยตรวจสอบภายใน มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆภายในองค์การบริหารส่วนตำบล ด้านงบประมาณ บัญชีและพัสดุ รวมทั้งตรวจสอบหลักฐานทางการบัญชีและการตรวจสอบการดำเนินงาน รวมทั้งสอบทานและประเมินผลการควบคุมภายในขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑. ด้านงบประมาณ มีหน้าที่ความรับผิดชอบตรวจสอบเอกสารทางด้านการบัญชี การเงิน ยอดเงิน การเบิกจ่ายเงิน การทำสัญญา การจัดหาพัสดุ ๒. ด้านการบัญชีและพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ตรวจสอบเอกสารทาง ด้านการลงบัญชี การเก็บรักษาพัสดุในคลังพัสดุ การตรวจสอบการใช้ การเก็บรักษายานพาหนะให้ประหยัดและถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ๑. สำนักงานปลัดองค์การบริหารตำบล สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลและราชการที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดในองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเฉพาะ งานธุรการ งานสารบรรณ การจัดทำแผนพัฒนาตำบล การจัดทำร่างข้อบัญญัติ การทำทะเบียนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม งานการประชุม งานข้อบังคับตำบล งานนิติการ งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ์ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การให้คำปรึกษาหน้าที่และความรับผิดชอบ การปกครองบังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด การดำเนินการเกี่ยวกับการอนุมัติต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆและที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑.๑ งานบริหารงานทั่วไป ๑.๒ งานบริหารงานบุคคล ๑.๓ งานนโยบายและแผน ๑.๔ งานกฎหมายและคดี ๑.๕ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑.๖ งานส่งเสริมการท่องเที่ยว ๑.๗ งานส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑.๘ งานกิจการโรงเรียน ๑.๙ งานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน ๑.๑๐ งานสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาสตรี ๑.๑๑ งานส่งเสริมการเกษตรและปศุสัตว์ ๒. กองคลัง กองคลัง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชี และทะเบียนรับ-จ่ายเงินทุกประเภท งานเกี่ยวกับการเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน การตรวจเงินองค์การบริหารส่วนตำบล รวบรวมสถิติเงินได้ประเภทต่างๆ การเบิกตัดปี การขยายเวลา เบิกจ่ายงบประมาณ การหักภาษีและนำส่ง รายงานเงินคงเหลือประจำวัน การรับและจ่ายขาดเงินสะสมขององค์การบริหารส่วนตำบล การยืมเงินทดรองราชการ การจัดหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สิน ตรวจสอบเงินของจังหวัดและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน การเร่งรัดจัดเก็บรายได้ การพัฒนา การออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๒.๑ งานการเงิน ๒.๒ งานบัญชี ๒.๓ งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ ๒.๔ งานทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ ๒.๕ งานธุรการ ๓. กองช่าง กองช่าง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจออกแบบและจัดทำโครงการใช้จ่ายเงินองค์การบริหารส่วนตำบล การขออนุมัติเพื่อดำเนินการตามโครงการที่ตั้งจ่ายจากเงินรายได้ขององการบริหารส่วนตำบล งานประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ งานควบคุมอาคาร งานก่อสร้าง งานผังเมือง งานบำรุงซ่อมแซมและจัดทำทะเบียนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและออกแบบก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบองค์การบริหารส่วนตำบล และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๓.๑ งานก่อสร้าง ๓.๒ งานออกแบบและควบคุมอาคาร ๓.๓ งานประสานสาธารณูปโภค ๓.๔ งานผังเมือง ๓.๕ งานธุรการ ๔. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข อนามัย การป้องกันและรักษาโรค การรักษาความสะอาด การอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางแผน ประสาน คุ้มครองดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอื่น รวมทั้งการจัดการและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ และดำรงไว้ซึ่งสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๔.๑ งานอนามัยและสิ่งแวดล้อม ๔.๒ งานสุขเสริมสุขภาพและสาธารณสุข ๔.๓ งานรักษาความสะอาด ๔.๔ งานควบคุมโรค ๔.๕ งานบริการสาธารณสุข ๔.๖ งานธุรการ สถานที่ติดต่อ เพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร ศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ตั้งอยู่ที่ชั้น ๑ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เลขที่ ๕๓๗ หมู่ที่ ๔ บ้านนาคำ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๔๒๑๖-๓๑๖๗ โทรสาร ๐-๔๒๑๖-๓๑๖๗ ประกาศ ณ วันที่ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ (นายรำลึก อิงเอนุ) ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: แบ่งเขตการปกครอง จำนวนหมู่บ้าน 16 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่1 บ้านศรีวิชา หมู่ 2 บ้านห้วยยาง หมู่3 บ้านนาขาม หมู่ 4 บ้านนาคำ หมู่5 บ้านบอน หมู่ 6 บ้านเหล่า หมู่7 บ้านพะเนาว์ หมู่ 8 บ้านลาดกะเฌอ หมู่9 บ้านม่วง หมู่10 บ้านนานกเค้า หมู่11 บ้านหนองบัวทอง หมู่12 บ้านลาดสมบูรณ์ หมู่13 บ้านคลองไผ่พัฒนา หมู่14 บ้านหนองแผกพัฒนา หมู่15 บ้านท่าวัดทุ่งพัฒนา หมู่16 บ้านลาดสมบูรณ์ใหม่ ประชากร จำนวนประชากร และครัวเรือน มีประชากรทั้งสิ้น 14,622 คน แยกเป็นชาย 7,302 หญิง 7,320 มีหลังคาเรือนทั้งหมด 5,138 ครัวเรือน โครงสร้างและการจัดหน่วยงาน อำนาจหน้าที่ ภารกิจ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ ติดต่อ เพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่จะให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารการดำเนินการต่างๆของหน่วยงานของรัฐ เพื่อที่ประชาชนจะได้ติดต่อขอใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐได้สมเจตนารมย์ มีความเข้าใจถึงระบบงาน การดำเนินการต่างๆ รวมทั้งรับรู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของตน เพื่อที่จะได้ปกป้องรักษาประโยชน์ของตนได้ จึงสมควรประกาศโครงสร้าง และการจัดหน่วยงาน อำนาจหน้าที่ ภารกิจ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ไว้ดังต่อไปนี้ หมวด ๑ ภารกิจ อำนาจหน้าที่ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และรวบรวมกฎหมายอื่นขององค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งนี้เพื่อให้ทราบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ที่จะเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนได้อย่างไร โดยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ในการดำเนินการตามภารกิจตามหลัก องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กำหนดวิธีการดำเนินการตามภารกิจสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนี้สามารถวิเคราะห์ภารกิจให้ตรงกับสภาพปัญหา โดยสามารถกำหนดแบ่งภารกิจได้ เป็น ๗ ด้าน ซึ่งภารกิจดังกล่าวถูกกำหนดอยู่ในพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้ ๑.๑ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) จัดให้มีและการบำรุงทางน้ำและทางบก (มาตรา ๖๗(๑)) (๒) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร (มาตรา ๖๘ (๑)) (๓) ให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น (มาตรา ๖๘ (๒)) (๔) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ (มาตรา ๖๘ (๔)) (๕) การสาธารณูปโภคและการก่อสร้างอื่นๆ (มาตรา ๑๖ (๔)) (๖) การสาธารณูปการ (มาตรา ๑๖ (๕)) ๑.๒ ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ (มาตรา ๖๗ (๖)) (๒) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ (มาตรา ๖๗ (๓)) (๓) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬาการพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ (มาตรา ๖๗ (๔))(๔) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส (มาตรา ๑๖ (๑๐))(๕) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (มาตรา ๑๖ (๒)) (๖) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน (มาตรา ๑๖ (๕)) (๗) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัวและการรักษาพยาบาล (มาตรา ๑๖ (๑๙)) ๑.๓ ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (มาตรา ๖๗ (๔)) (๒) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (มาตรา ๖๘ (๘)) (๓) การผังเมือง (มาตรา ๖๘ (๑๓)) (๔) จัดให้มีที่จอดรถ (มาตรา ๑๖ (๓)) (๕) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (มาตรา (๑๗)) (๖) การควบคุมอาคาร (มาตรา ๑๖(๒๘)) ๑.๔ ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว (มาตรา ๖๘ (๖)) (๒) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ (มาตรา ๖๘( ๕)) (๓) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร (มาตรา ๖๘ (๗)) (๔) ให้มีตลาด (มาตรา ๖๘ (๑๐)) (๕) การท่องเที่ยว (มาตรา ๖๘ (๑๒)) (๖) กิจการเกี่ยวกับการพาณิช (มาตรา ๖๘ (๑๑)) (๗) การส่งเสริม การฝึกและประกอบอาชีพ (มาตรา ๑๖ (๖)) (๘) การพาณิชย์กรรมและการส่งเสริมการลงทุน (มาตรา ๑๖ (๗)) ๑.๕ ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มาตรา ๖๘ (๗)) (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (มาตรา ๖๗(๒)) (๓) การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ (มาตรา (๑๗ (๑๒)) ๑.๖ ด้านการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น (มาตรา ๖๗ (๘)) (๒) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (มาตรา ๖๗ (๕)) (๓) การจัดการศึกษา (มาตรา ๑๖ (๙)) (๔) การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนาธรรมอันดีงามของท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๑๘)) ๑.๗ ด้านการบริหารจัดการและการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) สนับสนุนสภาตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น (มาตรา ๔๕ (๓)) (๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ตามความจำเป็นและสมควร (มาตรา ๖๗ (๙)) (๓) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎร ในการมีมาตรการป้องกัน (มาตรา ๑๖ (๑๖)) (๔) การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๓)) (๔) การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (มาตรา ๑๗ (๑๖)) ภารกิจทั้ง ๗ ด้านตามที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถจะแก้ไขปัญหาขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่ประกอบด้วยการดำเนินการขององค์การบริหารส่วนตำบล จะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นสำคัญ หมายเหตุ : มาตรา ๖๗,๖๘ หมายถึง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับปัจจุบัน : มาตรา ๑๖,๑๗ และ ๔๕ หมายถึง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ภารกิจหลัก และภารกิจรอง ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางจะดำเนินการ ภารกิจหลัก ๑. ด้านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ๒. ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ๓. ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย ๔. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๕. ด้านการพัฒนาการเมืองและการบริหาร ๖. ด้านการส่งเสริมการศึกษา ๗. ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภารกิจรอง ๑. ด้านการส่งเสริมการศึกษา การศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญา ท้องถิ่น ๒. ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชย์และการท่องเที่ยว ๓. ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินการ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดโครงสร้างส่วนราชการและหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการให้เป็นไปตามระบบจำแนกตำแหน่งในระบบแท่ง และให้เหมาะสมกับภารกิจตามหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการภายในไว้ ดังนี้ หน่วยตรวจสอบภายใน มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆภายในองค์การบริหารส่วนตำบล ด้านงบประมาณ บัญชีและพัสดุ รวมทั้งตรวจสอบหลักฐานทางการบัญชีและการตรวจสอบการดำเนินงาน รวมทั้งสอบทานและประเมินผลการควบคุมภายในขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑. ด้านงบประมาณ มีหน้าที่ความรับผิดชอบตรวจสอบเอกสารทางด้านการบัญชี การเงิน ยอดเงิน การเบิกจ่ายเงิน การทำสัญญา การจัดหาพัสดุ ๒. ด้านการบัญชีและพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ตรวจสอบเอกสารทาง ด้านการลงบัญชี การเก็บรักษาพัสดุในคลังพัสดุ การตรวจสอบการใช้ การเก็บรักษายานพาหนะให้ประหยัดและถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ๑. สำนักงานปลัดองค์การบริหารตำบล สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลและราชการที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดในองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเฉพาะ งานธุรการ งานสารบรรณ การจัดทำแผนพัฒนาตำบล การจัดทำร่างข้อบัญญัติ การทำทะเบียนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม งานการประชุม งานข้อบังคับตำบล งานนิติการ งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ์ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การให้คำปรึกษาหน้าที่และความรับผิดชอบ การปกครองบังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด การดำเนินการเกี่ยวกับการอนุมัติต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆและที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑.๑ งานบริหารงานทั่วไป ๑.๒ งานบริหารงานบุคคล ๑.๓ งานนโยบายและแผน ๑.๔ งานกฎหมายและคดี ๑.๕ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑.๖ งานส่งเสริมการท่องเที่ยว ๑.๗ งานส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑.๘ งานกิจการโรงเรียน ๑.๙ งานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน ๑.๑๐ งานสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาสตรี ๑.๑๑ งานส่งเสริมการเกษตรและปศุสัตว์ ๒. กองคลัง กองคลัง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชี และทะเบียนรับ-จ่ายเงินทุกประเภท งานเกี่ยวกับการเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน การตรวจเงินองค์การบริหารส่วนตำบล รวบรวมสถิติเงินได้ประเภทต่างๆ การเบิกตัดปี การขยายเวลา เบิกจ่ายงบประมาณ การหักภาษีและนำส่ง รายงานเงินคงเหลือประจำวัน การรับและจ่ายขาดเงินสะสมขององค์การบริหารส่วนตำบล การยืมเงินทดรองราชการ การจัดหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สิน ตรวจสอบเงินของจังหวัดและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน การเร่งรัดจัดเก็บรายได้ การพัฒนา การออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๒.๑ งานการเงิน ๒.๒ งานบัญชี ๒.๓ งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ ๒.๔ งานทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ ๒.๕ งานธุรการ ๓. กองช่าง กองช่าง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจออกแบบและจัดทำโครงการใช้จ่ายเงินองค์การบริหารส่วนตำบล การขออนุมัติเพื่อดำเนินการตามโครงการที่ตั้งจ่ายจากเงินรายได้ขององการบริหารส่วนตำบล งานประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ งานควบคุมอาคาร งานก่อสร้าง งานผังเมือง งานบำรุงซ่อมแซมและจัดทำทะเบียนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและออกแบบก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบองค์การบริหารส่วนตำบล และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๓.๑ งานก่อสร้าง ๓.๒ งานออกแบบและควบคุมอาคาร ๓.๓ งานประสานสาธารณูปโภค ๓.๔ งานผังเมือง ๓.๕ งานธุรการ ๔. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข อนามัย การป้องกันและรักษาโรค การรักษาความสะอาด การอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางแผน ประสาน คุ้มครองดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอื่น รวมทั้งการจัดการและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ และดำรงไว้ซึ่งสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๔.๑ งานอนามัยและสิ่งแวดล้อม ๔.๒ งานสุขเสริมสุขภาพและสาธารณสุข ๔.๓ งานรักษาความสะอาด ๔.๔ งานควบคุมโรค ๔.๕ งานบริการสาธารณสุข ๔.๖ งานธุรการ สถานที่ติดต่อ เพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร ศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ตั้งอยู่ที่ชั้น ๑ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เลขที่ ๕๓๗ หมู่ที่ ๔ บ้านนาคำ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๔๒๑๖-๓๑๖๗ โทรสาร ๐-๔๒๑๖-๓๑๖๗ ประกาศ ณ วันที่ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ (นายรำลึก อิงเอนุ) ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ../add_file/แบ่งเขตการปกครอง จำนวนหมู่บ้าน 16 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่1 บ้านศรีวิชา หมู่ 2 บ้านห้วยยาง หมู่3 บ้านนาขาม หมู่ 4 บ้านนาคำ หมู่5 บ้านบอน หมู่ 6 บ้านเหล่า หมู่7 บ้านพะเนาว์ หมู่ 8 บ้านลาดกะเฌอ หมู่9 บ้านม่วง หมู่10 บ้านนานกเค้า หมู่11 บ้านหนองบัวทอง หมู่12 บ้านลาดสมบูรณ์ หมู่13 บ้านคลองไผ่พัฒนา หมู่14 บ้านหนองแผกพัฒนา หมู่15 บ้านท่าวัดทุ่งพัฒนา หมู่16 บ้านลาดสมบูรณ์ใหม่ ประชากร จำนวนประชากร และครัวเรือน มีประชากรทั้งสิ้น 14,622 คน แยกเป็นชาย 7,302 หญิง 7,320 มีหลังคาเรือนทั้งหมด 5,138 ครัวเรือน โครงสร้างและการจัดหน่วยงาน อำนาจหน้าที่ ภารกิจ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ ติดต่อ เพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่จะให้ประชาชนได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลข่าวสารการดำเนินการต่างๆของหน่วยงานของรัฐ เพื่อที่ประชาชนจะได้ติดต่อขอใช้บริการจากหน่วยงานของรัฐได้สมเจตนารมย์ มีความเข้าใจถึงระบบงาน การดำเนินการต่างๆ รวมทั้งรับรู้ถึงสิทธิและหน้าที่ของตน เพื่อที่จะได้ปกป้องรักษาประโยชน์ของตนได้ จึงสมควรประกาศโครงสร้าง และการจัดหน่วยงาน อำนาจหน้าที่ ภารกิจ วิธีการดำเนินงาน และสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ไว้ดังต่อไปนี้ หมวด ๑ ภารกิจ อำนาจหน้าที่ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และรวบรวมกฎหมายอื่นขององค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งนี้เพื่อให้ทราบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ที่จะเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนได้อย่างไร โดยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ในการดำเนินการตามภารกิจตามหลัก องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กำหนดวิธีการดำเนินการตามภารกิจสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนี้สามารถวิเคราะห์ภารกิจให้ตรงกับสภาพปัญหา โดยสามารถกำหนดแบ่งภารกิจได้ เป็น ๗ ด้าน ซึ่งภารกิจดังกล่าวถูกกำหนดอยู่ในพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้ ๑.๑ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) จัดให้มีและการบำรุงทางน้ำและทางบก (มาตรา ๖๗(๑)) (๒) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร (มาตรา ๖๘ (๑)) (๓) ให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น (มาตรา ๖๘ (๒)) (๔) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ (มาตรา ๖๘ (๔)) (๕) การสาธารณูปโภคและการก่อสร้างอื่นๆ (มาตรา ๑๖ (๔)) (๖) การสาธารณูปการ (มาตรา ๑๖ (๕)) ๑.๒ ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ (มาตรา ๖๗ (๖)) (๒) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ (มาตรา ๖๗ (๓)) (๓) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬาการพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ (มาตรา ๖๗ (๔))(๔) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส (มาตรา ๑๖ (๑๐))(๕) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (มาตรา ๑๖ (๒)) (๖) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน (มาตรา ๑๖ (๕)) (๗) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัวและการรักษาพยาบาล (มาตรา ๑๖ (๑๙)) ๑.๓ ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (มาตรา ๖๗ (๔)) (๒) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (มาตรา ๖๘ (๘)) (๓) การผังเมือง (มาตรา ๖๘ (๑๓)) (๔) จัดให้มีที่จอดรถ (มาตรา ๑๖ (๓)) (๕) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (มาตรา (๑๗)) (๖) การควบคุมอาคาร (มาตรา ๑๖(๒๘)) ๑.๔ ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยว มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว (มาตรา ๖๘ (๖)) (๒) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ (มาตรา ๖๘( ๕)) (๓) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร (มาตรา ๖๘ (๗)) (๔) ให้มีตลาด (มาตรา ๖๘ (๑๐)) (๕) การท่องเที่ยว (มาตรา ๖๘ (๑๒)) (๖) กิจการเกี่ยวกับการพาณิช (มาตรา ๖๘ (๑๑)) (๗) การส่งเสริม การฝึกและประกอบอาชีพ (มาตรา ๑๖ (๖)) (๘) การพาณิชย์กรรมและการส่งเสริมการลงทุน (มาตรา ๑๖ (๗)) ๑.๕ ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มาตรา ๖๘ (๗)) (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (มาตรา ๖๗(๒)) (๓) การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ (มาตรา (๑๗ (๑๒)) ๑.๖ ด้านการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น (มาตรา ๖๗ (๘)) (๒) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (มาตรา ๖๗ (๕)) (๓) การจัดการศึกษา (มาตรา ๑๖ (๙)) (๔) การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนาธรรมอันดีงามของท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๑๘)) ๑.๗ ด้านการบริหารจัดการและการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) สนับสนุนสภาตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น (มาตรา ๔๕ (๓)) (๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ตามความจำเป็นและสมควร (มาตรา ๖๗ (๙)) (๓) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎร ในการมีมาตรการป้องกัน (มาตรา ๑๖ (๑๖)) (๔) การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๓)) (๔) การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (มาตรา ๑๗ (๑๖)) ภารกิจทั้ง ๗ ด้านตามที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถจะแก้ไขปัญหาขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่ประกอบด้วยการดำเนินการขององค์การบริหารส่วนตำบล จะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นสำคัญ หมายเหตุ : มาตรา ๖๗,๖๘ หมายถึง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับปัจจุบัน : มาตรา ๑๖,๑๗ และ ๔๕ หมายถึง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ภารกิจหลัก และภารกิจรอง ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางจะดำเนินการ ภารกิจหลัก ๑. ด้านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ๒. ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ๓. ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย ๔. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๕. ด้านการพัฒนาการเมืองและการบริหาร ๖. ด้านการส่งเสริมการศึกษา ๗. ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภารกิจรอง ๑. ด้านการส่งเสริมการศึกษา การศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญา ท้องถิ่น ๒. ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชย์และการท่องเที่ยว ๓. ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินการ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดโครงสร้างส่วนราชการและหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการให้เป็นไปตามระบบจำแนกตำแหน่งในระบบแท่ง และให้เหมาะสมกับภารกิจตามหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการภายในไว้ ดังนี้ หน่วยตรวจสอบภายใน มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆภายในองค์การบริหารส่วนตำบล ด้านงบประมาณ บัญชีและพัสดุ รวมทั้งตรวจสอบหลักฐานทางการบัญชีและการตรวจสอบการดำเนินงาน รวมทั้งสอบทานและประเมินผลการควบคุมภายในขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑. ด้านงบประมาณ มีหน้าที่ความรับผิดชอบตรวจสอบเอกสารทางด้านการบัญชี การเงิน ยอดเงิน การเบิกจ่ายเงิน การทำสัญญา การจัดหาพัสดุ ๒. ด้านการบัญชีและพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ตรวจสอบเอกสารทาง ด้านการลงบัญชี การเก็บรักษาพัสดุในคลังพัสดุ การตรวจสอบการใช้ การเก็บรักษายานพาหนะให้ประหยัดและถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ๑. สำนักงานปลัดองค์การบริหารตำบล สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลและราชการที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดในองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเฉพาะ งานธุรการ งานสารบรรณ การจัดทำแผนพัฒนาตำบล การจัดทำร่างข้อบัญญัติ การทำทะเบียนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม งานการประชุม งานข้อบังคับตำบล งานนิติการ งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ์ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การให้คำปรึกษาหน้าที่และความรับผิดชอบ การปกครองบังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด การดำเนินการเกี่ยวกับการอนุมัติต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆและที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑.๑ งานบริหารงานทั่วไป ๑.๒ งานบริหารงานบุคคล ๑.๓ งานนโยบายและแผน ๑.๔ งานกฎหมายและคดี ๑.๕ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑.๖ งานส่งเสริมการท่องเที่ยว ๑.๗ งานส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑.๘ งานกิจการโรงเรียน ๑.๙ งานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน ๑.๑๐ งานสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาสตรี ๑.๑๑ งานส่งเสริมการเกษตรและปศุสัตว์ ๒. กองคลัง กองคลัง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชี และทะเบียนรับ-จ่ายเงินทุกประเภท งานเกี่ยวกับการเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน การตรวจเงินองค์การบริหารส่วนตำบล รวบรวมสถิติเงินได้ประเภทต่างๆ การเบิกตัดปี การขยายเวลา เบิกจ่ายงบประมาณ การหักภาษีและนำส่ง รายงานเงินคงเหลือประจำวัน การรับและจ่ายขาดเงินสะสมขององค์การบริหารส่วนตำบล การยืมเงินทดรองราชการ การจัดหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สิน ตรวจสอบเงินของจังหวัดและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน การเร่งรัดจัดเก็บรายได้ การพัฒนา การออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๒.๑ งานการเงิน ๒.๒ งานบัญชี ๒.๓ งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ ๒.๔ งานทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ ๒.๕ งานธุรการ ๓. กองช่าง กองช่าง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจออกแบบและจัดทำโครงการใช้จ่ายเงินองค์การบริหารส่วนตำบล การขออนุมัติเพื่อดำเนินการตามโครงการที่ตั้งจ่ายจากเงินรายได้ขององการบริหารส่วนตำบล งานประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ งานควบคุมอาคาร งานก่อสร้าง งานผังเมือง งานบำรุงซ่อมแซมและจัดทำทะเบียนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและออกแบบก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบองค์การบริหารส่วนตำบล และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๓.๑ งานก่อสร้าง ๓.๒ งานออกแบบและควบคุมอาคาร ๓.๓ งานประสานสาธารณูปโภค ๓.๔ งานผังเมือง ๓.๕ งานธุรการ ๔. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข อนามัย การป้องกันและรักษาโรค การรักษาความสะอาด การอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางแผน ประสาน คุ้มครองดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอื่น รวมทั้งการจัดการและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ และดำรงไว้ซึ่งสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๔.๑ งานอนามัยและสิ่งแวดล้อม ๔.๒ งานสุขเสริมสุขภาพและสาธารณสุข ๔.๓ งานรักษาความสะอาด ๔.๔ งานควบคุมโรค ๔.๕ งานบริการสาธารณสุข ๔.๖ งานธุรการ สถานที่ติดต่อ เพื่อขอรับข้อมูลข่าวสาร ศูนย์ข้อมูลข่าวสารขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ตั้งอยู่ที่ชั้น ๑ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เลขที่ ๕๓๗ หมู่ที่ ๔ บ้านนาคำ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ๔๗๐๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐-๔๒๑๖-๓๑๖๗ โทรสาร ๐-๔๒๑๖-๓๑๖๗ ประกาศ ณ วันที่ เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ (นายรำลึก อิงเอนุ) ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง
ชื่อไฟล์ :

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน

file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์:

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน

../add_file/

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน


ชื่อไฟล์ :
" class="w3-tag w3-theme-d4 w3-round w3-margin"> file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์:
../add_file/

ชื่อไฟล์ : ภารกิจ อำนาจหน้าที่ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และรวบรวมกฎหมายอื่นขององค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งนี้เพื่อให้ทราบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ที่จะเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนได้อย่างไร โดยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ในการดำเนินการตามภารกิจตามหลัก องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กำหนดวิธีการดำเนินการตามภารกิจสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนี้สามารถวิเคราะห์ภารกิจให้ตรงกับสภาพปัญหา โดยสามารถกำหนดแบ่งภารกิจได้ เป็น ๗ ด้าน ซึ่งภารกิจดังกล่าวถูกกำหนดอยู่ในพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้ ๑.๑ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) จัดให้มีและการบำรุงทางน้ำและทางบก (มาตรา ๖๗(๑)) (๒) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร (มาตรา ๖๘ (๑)) (๓) ให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น (มาตรา ๖๘ (๒)) (๔) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ (มาตรา ๖๘ (๔)) (๕) การสาธารณูปโภคและการก่อสร้างอื่นๆ (มาตรา ๑๖ (๔)) (๖) การสาธารณูปการ (มาตรา ๑๖ (๕)) ๑.๒ ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ (มาตรา ๖๗ (๖)) (๒) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ (มาตรา ๖๗ (๓)) (๓) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬาการพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ (มาตรา ๖๗ (๔)) (๔) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส (มาตรา ๑๖ (๑๐)) (๕) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (มาตรา ๑๖ (๒)) (๖) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน (มาตรา ๑๖ (๕))(๗) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัวและการรักษาพยาบาล (มาตรา ๑๖ (๑๙)) ๑.๓ ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (มาตรา ๖๗ (๔)) (๒) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (มาตรา ๖๘ (๘)) (๓) การผังเมือง (มาตรา ๖๘ (๑๓)) (๔) จัดให้มีที่จอดรถ (มาตรา ๑๖ (๓)) (๕) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (มาตรา (๑๗)) (๖) การควบคุมอาคาร (มาตรา ๑๖(๒๘)) ๑.๔ ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยวมีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว (มาตรา ๖๘ (๖)) (๒) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ (มาตรา ๖๘( ๕)) (๓) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร (มาตรา ๖๘ (๗)) (๔) ให้มีตลาด (มาตรา ๖๘ (๑๐)) (๕) การท่องเที่ยว (มาตรา ๖๘ (๑๒)) (๖) กิจการเกี่ยวกับการพาณิช (มาตรา ๖๘ (๑๑)) (๗) การส่งเสริม การฝึกและประกอบอาชีพ (มาตรา ๑๖ (๖)) (๘) การพาณิชย์กรรมและการส่งเสริมการลงทุน (มาตรา ๑๖ (๗)) ๑.๕ ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มาตรา ๖๘ (๗)) (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (มาตรา ๖๗(๒)) (๓) การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ (มาตรา (๑๗ (๑๒)) ๑.๖ ด้านการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น (มาตรา ๖๗ (๘)) (๒) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (มาตรา ๖๗ (๕)) (๓) การจัดการศึกษา (มาตรา ๑๖ (๙)) (๔) การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนาธรรมอันดีงามของท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๑๘)) ๑.๗ ด้านการบริหารจัดการและการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) สนับสนุนสภาตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น (มาตรา ๔๕ (๓))(๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ตามความจำเป็นและสมควร (มาตรา ๖๗ (๙)) (๓) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎร ในการมีมาตรการป้องกัน (มาตรา ๑๖ (๑๖)) (๔) การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๓)) (๔) การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (มาตรา ๑๗ (๑๖)) ภารกิจทั้ง ๗ ด้านตามที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถจะแก้ไขปัญหาขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่ประกอบด้วยการดำเนินการขององค์การบริหารส่วนตำบล จะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นสำคัญ หมายเหตุ : มาตรา ๖๗,๖๘ หมายถึง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับปัจจุบัน : มาตรา ๑๖,๑๗ และ ๔๕ หมายถึง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ภารกิจหลัก และภารกิจรอง ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางจะดำเนินการ ภารกิจหลัก ๑. ด้านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ๒. ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ๓. ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย ๔. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๕. ด้านการพัฒนาการเมืองและการบริหาร ๖. ด้านการส่งเสริมการศึกษา ๗. ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภารกิจรอง ๑. ด้านการส่งเสริมการศึกษา การศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญา ท้องถิ่น ๒. ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชย์และการท่องเที่ยว ๓. ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ภารกิจ อำนาจหน้าที่ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และรวบรวมกฎหมายอื่นขององค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งนี้เพื่อให้ทราบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ที่จะเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนได้อย่างไร โดยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ในการดำเนินการตามภารกิจตามหลัก องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กำหนดวิธีการดำเนินการตามภารกิจสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนี้สามารถวิเคราะห์ภารกิจให้ตรงกับสภาพปัญหา โดยสามารถกำหนดแบ่งภารกิจได้ เป็น ๗ ด้าน ซึ่งภารกิจดังกล่าวถูกกำหนดอยู่ในพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้ ๑.๑ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) จัดให้มีและการบำรุงทางน้ำและทางบก (มาตรา ๖๗(๑)) (๒) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร (มาตรา ๖๘ (๑)) (๓) ให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น (มาตรา ๖๘ (๒)) (๔) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ (มาตรา ๖๘ (๔)) (๕) การสาธารณูปโภคและการก่อสร้างอื่นๆ (มาตรา ๑๖ (๔)) (๖) การสาธารณูปการ (มาตรา ๑๖ (๕)) ๑.๒ ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ (มาตรา ๖๗ (๖)) (๒) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ (มาตรา ๖๗ (๓)) (๓) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬาการพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ (มาตรา ๖๗ (๔)) (๔) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส (มาตรา ๑๖ (๑๐)) (๕) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (มาตรา ๑๖ (๒)) (๖) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน (มาตรา ๑๖ (๕))(๗) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัวและการรักษาพยาบาล (มาตรา ๑๖ (๑๙)) ๑.๓ ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (มาตรา ๖๗ (๔)) (๒) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (มาตรา ๖๘ (๘)) (๓) การผังเมือง (มาตรา ๖๘ (๑๓)) (๔) จัดให้มีที่จอดรถ (มาตรา ๑๖ (๓)) (๕) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (มาตรา (๑๗)) (๖) การควบคุมอาคาร (มาตรา ๑๖(๒๘)) ๑.๔ ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยวมีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว (มาตรา ๖๘ (๖)) (๒) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ (มาตรา ๖๘( ๕)) (๓) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร (มาตรา ๖๘ (๗)) (๔) ให้มีตลาด (มาตรา ๖๘ (๑๐)) (๕) การท่องเที่ยว (มาตรา ๖๘ (๑๒)) (๖) กิจการเกี่ยวกับการพาณิช (มาตรา ๖๘ (๑๑)) (๗) การส่งเสริม การฝึกและประกอบอาชีพ (มาตรา ๑๖ (๖)) (๘) การพาณิชย์กรรมและการส่งเสริมการลงทุน (มาตรา ๑๖ (๗)) ๑.๕ ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มาตรา ๖๘ (๗)) (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (มาตรา ๖๗(๒)) (๓) การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ (มาตรา (๑๗ (๑๒)) ๑.๖ ด้านการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น (มาตรา ๖๗ (๘)) (๒) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (มาตรา ๖๗ (๕)) (๓) การจัดการศึกษา (มาตรา ๑๖ (๙)) (๔) การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนาธรรมอันดีงามของท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๑๘)) ๑.๗ ด้านการบริหารจัดการและการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) สนับสนุนสภาตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น (มาตรา ๔๕ (๓))(๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ตามความจำเป็นและสมควร (มาตรา ๖๗ (๙)) (๓) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎร ในการมีมาตรการป้องกัน (มาตรา ๑๖ (๑๖)) (๔) การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๓)) (๔) การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (มาตรา ๑๗ (๑๖)) ภารกิจทั้ง ๗ ด้านตามที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถจะแก้ไขปัญหาขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่ประกอบด้วยการดำเนินการขององค์การบริหารส่วนตำบล จะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นสำคัญ หมายเหตุ : มาตรา ๖๗,๖๘ หมายถึง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับปัจจุบัน : มาตรา ๑๖,๑๗ และ ๔๕ หมายถึง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ภารกิจหลัก และภารกิจรอง ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางจะดำเนินการ ภารกิจหลัก ๑. ด้านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ๒. ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ๓. ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย ๔. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๕. ด้านการพัฒนาการเมืองและการบริหาร ๖. ด้านการส่งเสริมการศึกษา ๗. ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภารกิจรอง ๑. ด้านการส่งเสริมการศึกษา การศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญา ท้องถิ่น ๒. ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชย์และการท่องเที่ยว ๓. ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ../add_file/ภารกิจ อำนาจหน้าที่ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และรวบรวมกฎหมายอื่นขององค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งนี้เพื่อให้ทราบว่าองค์การบริหารส่วนตำบล มีอำนาจหน้าที่ที่จะเข้าไปดำเนินการแก้ไขปัญหาในเขตพื้นที่ให้ตรงกับความต้องการของประชาชนได้อย่างไร โดยวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ในการดำเนินการตามภารกิจตามหลัก องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กำหนดวิธีการดำเนินการตามภารกิจสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของผู้บริหารท้องถิ่น ทั้งนี้สามารถวิเคราะห์ภารกิจให้ตรงกับสภาพปัญหา โดยสามารถกำหนดแบ่งภารกิจได้ เป็น ๗ ด้าน ซึ่งภารกิจดังกล่าวถูกกำหนดอยู่ในพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขจนถึงฉบับปัจจุบัน และตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ดังนี้ ๑.๑ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) จัดให้มีและการบำรุงทางน้ำและทางบก (มาตรา ๖๗(๑)) (๒) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค และการเกษตร (มาตรา ๖๘ (๑)) (๓) ให้มีและบำรุงการไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น (มาตรา ๖๘ (๒)) (๔) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ (มาตรา ๖๘ (๔)) (๕) การสาธารณูปโภคและการก่อสร้างอื่นๆ (มาตรา ๑๖ (๔)) (๖) การสาธารณูปการ (มาตรา ๑๖ (๕)) ๑.๒ ด้านส่งเสริมคุณภาพชีวิต มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น (๑) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ (มาตรา ๖๗ (๖)) (๒) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ (มาตรา ๖๗ (๓)) (๓) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬาการพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ (มาตรา ๖๗ (๔)) (๔) การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส (มาตรา ๑๖ (๑๐)) (๕) การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัดและการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย (มาตรา ๑๖ (๒)) (๖) การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน (มาตรา ๑๖ (๕))(๗) การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัวและการรักษาพยาบาล (มาตรา ๑๖ (๑๙)) ๑.๓ ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (มาตรา ๖๗ (๔)) (๒) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน (มาตรา ๖๘ (๘)) (๓) การผังเมือง (มาตรา ๖๘ (๑๓)) (๔) จัดให้มีที่จอดรถ (มาตรา ๑๖ (๓)) (๕) การรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง (มาตรา (๑๗)) (๖) การควบคุมอาคาร (มาตรา ๑๖(๒๘)) ๑.๔ ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชยกรรมและการท่องเที่ยวมีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว (มาตรา ๖๘ (๖)) (๒) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์ (มาตรา ๖๘( ๕)) (๓) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพของราษฎร (มาตรา ๖๘ (๗)) (๔) ให้มีตลาด (มาตรา ๖๘ (๑๐)) (๕) การท่องเที่ยว (มาตรา ๖๘ (๑๒)) (๖) กิจการเกี่ยวกับการพาณิช (มาตรา ๖๘ (๑๑)) (๗) การส่งเสริม การฝึกและประกอบอาชีพ (มาตรา ๑๖ (๖)) (๘) การพาณิชย์กรรมและการส่งเสริมการลงทุน (มาตรา ๑๖ (๗)) ๑.๕ ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (มาตรา ๖๘ (๗)) (๒) รักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล (มาตรา ๖๗(๒)) (๓) การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่างๆ (มาตรา (๑๗ (๑๒)) ๑.๖ ด้านการศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น (มาตรา ๖๗ (๘)) (๒) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (มาตรา ๖๗ (๕)) (๓) การจัดการศึกษา (มาตรา ๑๖ (๙)) (๔) การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนาธรรมอันดีงามของท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๑๘)) ๑.๗ ด้านการบริหารจัดการและการสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีภารกิจที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (๑) สนับสนุนสภาตำบลและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น (มาตรา ๔๕ (๓))(๒) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมายโดยจัดสรรงบประมาณหรือบุคลากรให้ตามความจำเป็นและสมควร (มาตรา ๖๗ (๙)) (๓) ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎร ในการมีมาตรการป้องกัน (มาตรา ๑๖ (๑๖)) (๔) การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (มาตรา ๑๗ (๓)) (๔) การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น (มาตรา ๑๗ (๑๖)) ภารกิจทั้ง ๗ ด้านตามที่กฎหมายกำหนดให้อำนาจองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถจะแก้ไขปัญหาขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางได้เป็นอย่างดี มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึงความต้องการของประชาชนในเขตพื้นที่ประกอบด้วยการดำเนินการขององค์การบริหารส่วนตำบล จะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนาจังหวัด แผนพัฒนาอำเภอ แผนพัฒนาตำบล นโยบายของรัฐบาล และนโยบายของ ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลเป็นสำคัญ หมายเหตุ : มาตรา ๖๗,๖๘ หมายถึง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ รวมที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงฉบับปัจจุบัน : มาตรา ๑๖,๑๗ และ ๔๕ หมายถึง พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ภารกิจหลัก และภารกิจรอง ที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางจะดำเนินการ ภารกิจหลัก ๑. ด้านการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ๒. ด้านการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ๓. ด้านการจัดระเบียบชุมชน สังคม และการรักษาความสงบเรียบร้อย ๔. ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๕. ด้านการพัฒนาการเมืองและการบริหาร ๖. ด้านการส่งเสริมการศึกษา ๗. ด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภารกิจรอง ๑. ด้านการส่งเสริมการศึกษา การศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณีและภูมิปัญญา ท้องถิ่น ๒. ด้านการวางแผน การส่งเสริมการลงทุน พาณิชย์และการท่องเที่ยว ๓. ด้านการบริหารจัดการและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ชื่อไฟล์ : คำถาม : ตอบ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: คำถาม : ตอบ :../add_file/คำถาม : ตอบ :
ชื่อไฟล์ :

การพัฒนาระบบของเรา

file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์:

การพัฒนาระบบของเรา

../add_file/

การพัฒนาระบบของเรา


ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุงข้อมูล... file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: รอปรับปรุงข้อมูล... ../add_file/ รอปรับปรุงข้อมูล...
ชื่อไฟล์ : อีเมลล์ : เบอร์โทร : การดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล - การวางแผนกำลังคน พิจารณาจัดระเบียบงานและโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการของ อบต. การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การควบคุมการใช้อัตรากำลังของพนักงานส่วนตำบล - การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินบุคคลและผลงาน การโอน ย้าย การออกจากราชการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน - การดำเนินการด้านทะเบียนประวัติและบำเหน็จบำนาญ การลาประเภทต่าง ๆ การขอพระราชทานเครื่องราชฯ การออกหนังสือสำคัญ และหนังสือรับรองเพื่อสิทธิต่างๆ การขอบำเหน็จบำนาญ เงินทำขวัญ เงินช่วยเหลือ - การจัดทำแผนกลยุทธของ อบต. และแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส ดำเนินการทางวินัยพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอุทธรณ์ การวางแผนเสริมสร้างและปรับปรุงระบบงานวินัย การรักาาวินัยและจรรยาของพนักงานส่วนตำบลให้สดอคล้องกับประกาศคุณะรรม จริยธรรม และจรรยาวิชาชนองค์กร - การดำเนินการด้านการฝึกอบรม file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: อีเมลล์ : เบอร์โทร : การดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล - การวางแผนกำลังคน พิจารณาจัดระเบียบงานและโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการของ อบต. การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การควบคุมการใช้อัตรากำลังของพนักงานส่วนตำบล - การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินบุคคลและผลงาน การโอน ย้าย การออกจากราชการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน - การดำเนินการด้านทะเบียนประวัติและบำเหน็จบำนาญ การลาประเภทต่าง ๆ การขอพระราชทานเครื่องราชฯ การออกหนังสือสำคัญ และหนังสือรับรองเพื่อสิทธิต่างๆ การขอบำเหน็จบำนาญ เงินทำขวัญ เงินช่วยเหลือ - การจัดทำแผนกลยุทธของ อบต. และแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส ดำเนินการทางวินัยพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอุทธรณ์ การวางแผนเสริมสร้างและปรับปรุงระบบงานวินัย การรักาาวินัยและจรรยาของพนักงานส่วนตำบลให้สดอคล้องกับประกาศคุณะรรม จริยธรรม และจรรยาวิชาชนองค์กร - การดำเนินการด้านการฝึกอบรม../add_file/อีเมลล์ : เบอร์โทร : การดำเนินการด้านการบริหารงานบุคคล - การวางแผนกำลังคน พิจารณาจัดระเบียบงานและโครงสร้าง การแบ่งส่วนราชการของ อบต. การปรับปรุงการกำหนดตำแหน่ง การควบคุมการใช้อัตรากำลังของพนักงานส่วนตำบล - การสรรหา บรรจุและแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การประเมินบุคคลและผลงาน การโอน ย้าย การออกจากราชการ และการประเมินผลการปฏิบัติงาน - การดำเนินการด้านทะเบียนประวัติและบำเหน็จบำนาญ การลาประเภทต่าง ๆ การขอพระราชทานเครื่องราชฯ การออกหนังสือสำคัญ และหนังสือรับรองเพื่อสิทธิต่างๆ การขอบำเหน็จบำนาญ เงินทำขวัญ เงินช่วยเหลือ - การจัดทำแผนกลยุทธของ อบต. และแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง ร้องเรียน แจ้งเบาะแส ดำเนินการทางวินัยพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับอุทธรณ์ การวางแผนเสริมสร้างและปรับปรุงระบบงานวินัย การรักาาวินัยและจรรยาของพนักงานส่วนตำบลให้สดอคล้องกับประกาศคุณะรรม จริยธรรม และจรรยาวิชาชนองค์กร - การดำเนินการด้านการฝึกอบรม
ชื่อไฟล์ : วิสัยทัศน์ “ห้วยยางน่าอยู่ เชิดชูคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: วิสัยทัศน์ “ห้วยยางน่าอยู่ เชิดชูคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"../add_file/ วิสัยทัศน์ “ห้วยยางน่าอยู่ เชิดชูคุณธรรม น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง"
ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : 0tVM6X3Mon44518.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : n4Uf4CVMon32343.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : hFrWjU6Mon32409.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : 9Cn6pW7Mon32437.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : gjF2FwjMon32508.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : ส่วนที่ ๑ สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน ๑. ด้านกายภาพ ๑.๑ ที่ตั้งและอาณาเขต องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ห้วยยาง (อบต.ห้วยยาง) ตามประกาศพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๙ ซึ่งได้มีการปรับขนาด องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นขนาดใหญ่ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕ ปัจจุบันมีที่ทำการตั้งอยู่ที่ บ้านนาคำ หมู่ที่ ๔ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร หลักกิโลเมตรที่ ๙ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓ สายสกลนคร – กาฬสินธุ์ อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอเมืองสกลนคร มีระยะห่างประมาณ ๙ กิโลเมตร มีเนื้อที่ ๖-๐-๘๐ ไร่ ภาพที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เนื้อที่ เขตองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง มีเนื้อที่ประมาณ ๑๔๘ ตารางกิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้ ทิศเหนือ มีเขตติดต่อกับตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร ทิศใต้ มีเขตติดต่อกับตำบลโคกภู อำเภอภูพาน ทิศตะวันออก มีเขตติดต่อกับตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร ทิศตะวันตก มีเขตติดต่อกับตำบลนาม่อง อำเภอกุดบาก ภูมิประเทศ มีลักษณะโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง ที่ดอน ที่ราบสูงเชิงเขา เทือกเขาภูพาน มีลำธารและลำห้วย อันเกิดจากเทือกเขาภูพานหลายแห่ง เหมาะสำหรับการปลูกพืชไร่ และเลี้ยงสัตว์ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ ๑๗๒ เมตร ๑.๒ ด้านการเมือง/การปกครอง แบ่งเขตการปกครอง จำนวนหมู่บ้าน ๑๖ หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด ได้แก่ file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ส่วนที่ ๑ สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน ๑. ด้านกายภาพ ๑.๑ ที่ตั้งและอาณาเขต องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ห้วยยาง (อบต.ห้วยยาง) ตามประกาศพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๙ ซึ่งได้มีการปรับขนาด องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นขนาดใหญ่ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕ ปัจจุบันมีที่ทำการตั้งอยู่ที่ บ้านนาคำ หมู่ที่ ๔ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร หลักกิโลเมตรที่ ๙ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓ สายสกลนคร – กาฬสินธุ์ อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอเมืองสกลนคร มีระยะห่างประมาณ ๙ กิโลเมตร มีเนื้อที่ ๖-๐-๘๐ ไร่ ภาพที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เนื้อที่ เขตองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง มีเนื้อที่ประมาณ ๑๔๘ ตารางกิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้ ทิศเหนือ มีเขตติดต่อกับตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร ทิศใต้ มีเขตติดต่อกับตำบลโคกภู อำเภอภูพาน ทิศตะวันออก มีเขตติดต่อกับตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร ทิศตะวันตก มีเขตติดต่อกับตำบลนาม่อง อำเภอกุดบาก ภูมิประเทศ มีลักษณะโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง ที่ดอน ที่ราบสูงเชิงเขา เทือกเขาภูพาน มีลำธารและลำห้วย อันเกิดจากเทือกเขาภูพานหลายแห่ง เหมาะสำหรับการปลูกพืชไร่ และเลี้ยงสัตว์ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ ๑๗๒ เมตร ๑.๒ ด้านการเมือง/การปกครอง แบ่งเขตการปกครอง จำนวนหมู่บ้าน ๑๖ หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด ได้แก่ ../add_file/ ส่วนที่ ๑ สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน ๑. ด้านกายภาพ ๑.๑ ที่ตั้งและอาณาเขต องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จัดตั้งเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล ห้วยยาง (อบต.ห้วยยาง) ตามประกาศพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๙ ซึ่งได้มีการปรับขนาด องค์การบริหารส่วนตำบลเป็นขนาดใหญ่ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๕ ปัจจุบันมีที่ทำการตั้งอยู่ที่ บ้านนาคำ หมู่ที่ ๔ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร หลักกิโลเมตรที่ ๙ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๓ สายสกลนคร – กาฬสินธุ์ อยู่ทางทิศตะวันตกของอำเภอเมืองสกลนคร มีระยะห่างประมาณ ๙ กิโลเมตร มีเนื้อที่ ๖-๐-๘๐ ไร่ ภาพที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เนื้อที่ เขตองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง มีเนื้อที่ประมาณ ๑๔๘ ตารางกิโลเมตร โดยมีอาณาเขตติดต่อดังนี้ ทิศเหนือ มีเขตติดต่อกับตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร ทิศใต้ มีเขตติดต่อกับตำบลโคกภู อำเภอภูพาน ทิศตะวันออก มีเขตติดต่อกับตำบลดงมะไฟ อำเภอเมืองสกลนคร ทิศตะวันตก มีเขตติดต่อกับตำบลนาม่อง อำเภอกุดบาก ภูมิประเทศ มีลักษณะโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูง ที่ดอน ที่ราบสูงเชิงเขา เทือกเขาภูพาน มีลำธารและลำห้วย อันเกิดจากเทือกเขาภูพานหลายแห่ง เหมาะสำหรับการปลูกพืชไร่ และเลี้ยงสัตว์ พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล ประมาณ ๑๗๒ เมตร ๑.๒ ด้านการเมือง/การปกครอง แบ่งเขตการปกครอง จำนวนหมู่บ้าน ๑๖ หมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด ได้แก่
ชื่อไฟล์ : w3-animate-fading file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: w3-animate-fading../add_file/w3-animate-fading
ชื่อไฟล์ : ความหมาย “รูปต้นไม้คือ “ ต้นยาง หมายถึง ความคงอยู่ของทรัพยากรป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาภูพานเป็นที่ตั้งของพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ “ลำห้วย “ หมายถึง แหล่งน้ำที่ไหลผ่านสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับชาวท้องถิ่นได้ประโยชน์ และสามารถประกอบการเกษตรจากลำห้วยได้ ซึ่งเรียกชื่อว่าลำห้วยเดียก และจะไหลลงสู่หนองหาร “ดวงอาทิตย์ “ คือสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าของท้องถิ่น ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดี file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ความหมาย “รูปต้นไม้คือ “ ต้นยาง หมายถึง ความคงอยู่ของทรัพยากรป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาภูพานเป็นที่ตั้งของพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ “ลำห้วย “ หมายถึง แหล่งน้ำที่ไหลผ่านสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับชาวท้องถิ่นได้ประโยชน์ และสามารถประกอบการเกษตรจากลำห้วยได้ ซึ่งเรียกชื่อว่าลำห้วยเดียก และจะไหลลงสู่หนองหาร “ดวงอาทิตย์ “ คือสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าของท้องถิ่น ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดี../add_file/ความหมาย “รูปต้นไม้คือ “ ต้นยาง หมายถึง ความคงอยู่ของทรัพยากรป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาภูพานเป็นที่ตั้งของพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ “ลำห้วย “ หมายถึง แหล่งน้ำที่ไหลผ่านสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับชาวท้องถิ่นได้ประโยชน์ และสามารถประกอบการเกษตรจากลำห้วยได้ ซึ่งเรียกชื่อว่าลำห้วยเดียก และจะไหลลงสู่หนองหาร “ดวงอาทิตย์ “ คือสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้าของท้องถิ่น ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดี
ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง../add_file/รอปรับปรุง
ชื่อไฟล์ : 0k8itHdMon41628.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดโครงสร้างส่วนราชการและหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการให้เป็นไปตามระบบจำแนกตำแหน่งในระบบแท่ง และให้เหมาะสมกับภารกิจตามหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการภายในไว้ ดังนี้ หน่วยตรวจสอบภายใน มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆภายในองค์การบริหารส่วนตำบล ด้านงบประมาณ บัญชีและพัสดุ รวมทั้งตรวจสอบหลักฐานทางการบัญชีและการตรวจสอบการดำเนินงาน รวมทั้งสอบทานและประเมินผลการควบคุมภายในขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑. ด้านงบประมาณ มีหน้าที่ความรับผิดชอบตรวจสอบเอกสารทางด้านการบัญชี การเงิน ยอดเงิน การเบิกจ่ายเงิน การทำสัญญา การจัดหาพัสดุ ๒. ด้านการบัญชีและพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ตรวจสอบเอกสารทาง ด้านการลงบัญชี การเก็บรักษาพัสดุในคลังพัสดุ การตรวจสอบการใช้ การเก็บรักษายานพาหนะให้ประหยัดและถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ๑. สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลและราชการที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดในองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเฉพาะ งานธุรการ งานสารบรรณ การจัดทำแผนพัฒนาตำบล การจัดทำร่างข้อบัญญัติ การทำทะเบียนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม งานการประชุม งานข้อบังคับตำบล งานนิติการ งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ์ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การให้คำปรึกษาหน้าที่และความรับผิดชอบ การปกครองบังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด การดำเนินการเกี่ยวกับการอนุมัติต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆและที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑.๑ งานบริหารงานทั่วไป ๑.๒ งานบริหารงานบุคคล ๑.๓ งานนโยบายและแผน ๑.๔ งานกฎหมายและคดี ๑.๕ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑.๖ งานส่งเสริมการท่องเที่ยว ๑.๗ งานส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑.๘ งานกิจการโรงเรียน ๑.๙ งานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน ๑.๑๐ งานสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาสตรี ๑.๑๑ งานส่งเสริมการเกษตรและปศุสัตว์ ๒. กองคลัง กองคลัง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชี และทะเบียนรับ-จ่ายเงินทุกประเภท งานเกี่ยวกับการเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน การตรวจเงินองค์การบริหารส่วนตำบล รวบรวมสถิติเงินได้ประเภทต่างๆ การเบิกตัดปี การขยายเวลา เบิกจ่ายงบประมาณ การหักภาษีและนำส่ง รายงานเงินคงเหลือประจำวัน การรับและจ่ายขาดเงินสะสมขององค์การบริหารส่วนตำบล การยืมเงินทดรองราชการ การจัดหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สิน ตรวจสอบเงินของจังหวัดและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน การเร่งรัดจัดเก็บรายได้ การพัฒนา การออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๒.๑ งานการเงิน ๒.๒ งานบัญชี ๒.๓ งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ ๒.๔ งานทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ ๒.๕ งานธุรการ ๓. กองช่าง กองช่าง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจออกแบบและจัดทำโครงการใช้จ่ายเงินองค์การบริหารส่วนตำบล การขออนุมัติเพื่อดำเนินการตามโครงการที่ตั้งจ่ายจากเงินรายได้ขององการบริหารส่วนตำบล งานประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ งานควบคุมอาคาร งานก่อสร้าง งานผังเมือง งานบำรุงซ่อมแซมและจัดทำทะเบียนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและออกแบบก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบองค์การบริหารส่วนตำบล และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๓.๑ งานก่อสร้าง ๓.๒ งานออกแบบและควบคุมอาคาร ๓.๓ งานประสานสาธารณูปโภค ๓.๔ งานผังเมือง ๓.๕ งานธุรการ ๔. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข อนามัย การป้องกันและรักษาโรค การรักษาความสะอาด การอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางแผน ประสาน คุ้มครองดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอื่น รวมทั้งการจัดการและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ และดำรงไว้ซึ่งสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๔.๑ งานอนามัยและสิ่งแวดล้อม ๔.๒ งานสุขเสริมสุขภาพและสาธารณสุข ๔.๓ งานรักษาความสะอาด ๔.๔ งานควบคุมโรค ๔.๕ งานบริการสาธารณสุข ๔.๖ งานธุรการ file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดโครงสร้างส่วนราชการและหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการให้เป็นไปตามระบบจำแนกตำแหน่งในระบบแท่ง และให้เหมาะสมกับภารกิจตามหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการภายในไว้ ดังนี้ หน่วยตรวจสอบภายใน มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆภายในองค์การบริหารส่วนตำบล ด้านงบประมาณ บัญชีและพัสดุ รวมทั้งตรวจสอบหลักฐานทางการบัญชีและการตรวจสอบการดำเนินงาน รวมทั้งสอบทานและประเมินผลการควบคุมภายในขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑. ด้านงบประมาณ มีหน้าที่ความรับผิดชอบตรวจสอบเอกสารทางด้านการบัญชี การเงิน ยอดเงิน การเบิกจ่ายเงิน การทำสัญญา การจัดหาพัสดุ ๒. ด้านการบัญชีและพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ตรวจสอบเอกสารทาง ด้านการลงบัญชี การเก็บรักษาพัสดุในคลังพัสดุ การตรวจสอบการใช้ การเก็บรักษายานพาหนะให้ประหยัดและถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ๑. สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลและราชการที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดในองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเฉพาะ งานธุรการ งานสารบรรณ การจัดทำแผนพัฒนาตำบล การจัดทำร่างข้อบัญญัติ การทำทะเบียนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม งานการประชุม งานข้อบังคับตำบล งานนิติการ งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ์ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การให้คำปรึกษาหน้าที่และความรับผิดชอบ การปกครองบังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด การดำเนินการเกี่ยวกับการอนุมัติต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆและที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑.๑ งานบริหารงานทั่วไป ๑.๒ งานบริหารงานบุคคล ๑.๓ งานนโยบายและแผน ๑.๔ งานกฎหมายและคดี ๑.๕ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑.๖ งานส่งเสริมการท่องเที่ยว ๑.๗ งานส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑.๘ งานกิจการโรงเรียน ๑.๙ งานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน ๑.๑๐ งานสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาสตรี ๑.๑๑ งานส่งเสริมการเกษตรและปศุสัตว์ ๒. กองคลัง กองคลัง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชี และทะเบียนรับ-จ่ายเงินทุกประเภท งานเกี่ยวกับการเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน การตรวจเงินองค์การบริหารส่วนตำบล รวบรวมสถิติเงินได้ประเภทต่างๆ การเบิกตัดปี การขยายเวลา เบิกจ่ายงบประมาณ การหักภาษีและนำส่ง รายงานเงินคงเหลือประจำวัน การรับและจ่ายขาดเงินสะสมขององค์การบริหารส่วนตำบล การยืมเงินทดรองราชการ การจัดหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สิน ตรวจสอบเงินของจังหวัดและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน การเร่งรัดจัดเก็บรายได้ การพัฒนา การออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๒.๑ งานการเงิน ๒.๒ งานบัญชี ๒.๓ งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ ๒.๔ งานทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ ๒.๕ งานธุรการ ๓. กองช่าง กองช่าง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจออกแบบและจัดทำโครงการใช้จ่ายเงินองค์การบริหารส่วนตำบล การขออนุมัติเพื่อดำเนินการตามโครงการที่ตั้งจ่ายจากเงินรายได้ขององการบริหารส่วนตำบล งานประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ งานควบคุมอาคาร งานก่อสร้าง งานผังเมือง งานบำรุงซ่อมแซมและจัดทำทะเบียนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและออกแบบก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบองค์การบริหารส่วนตำบล และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๓.๑ งานก่อสร้าง ๓.๒ งานออกแบบและควบคุมอาคาร ๓.๓ งานประสานสาธารณูปโภค ๓.๔ งานผังเมือง ๓.๕ งานธุรการ ๔. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข อนามัย การป้องกันและรักษาโรค การรักษาความสะอาด การอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางแผน ประสาน คุ้มครองดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอื่น รวมทั้งการจัดการและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ และดำรงไว้ซึ่งสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๔.๑ งานอนามัยและสิ่งแวดล้อม ๔.๒ งานสุขเสริมสุขภาพและสาธารณสุข ๔.๓ งานรักษาความสะอาด ๔.๔ งานควบคุมโรค ๔.๕ งานบริการสาธารณสุข ๔.๖ งานธุรการ ../add_file/ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการกำหนดโครงสร้างส่วนราชการและหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการให้เป็นไปตามระบบจำแนกตำแหน่งในระบบแท่ง และให้เหมาะสมกับภารกิจตามหน้าที่ความรับผิดชอบของส่วนราชการภายในไว้ ดังนี้ หน่วยตรวจสอบภายใน มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานต่างๆภายในองค์การบริหารส่วนตำบล ด้านงบประมาณ บัญชีและพัสดุ รวมทั้งตรวจสอบหลักฐานทางการบัญชีและการตรวจสอบการดำเนินงาน รวมทั้งสอบทานและประเมินผลการควบคุมภายในขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑. ด้านงบประมาณ มีหน้าที่ความรับผิดชอบตรวจสอบเอกสารทางด้านการบัญชี การเงิน ยอดเงิน การเบิกจ่ายเงิน การทำสัญญา การจัดหาพัสดุ ๒. ด้านการบัญชีและพัสดุ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ ตรวจสอบเอกสารทาง ด้านการลงบัญชี การเก็บรักษาพัสดุในคลังพัสดุ การตรวจสอบการใช้ การเก็บรักษายานพาหนะให้ประหยัดและถูกต้องตามระเบียบของทางราชการ ๑. สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับราชการทั่วไปขององค์การบริหารส่วนตำบลและราชการที่มิได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของส่วนราชการใดในองค์การบริหารส่วนตำบล โดยเฉพาะ งานธุรการ งานสารบรรณ การจัดทำแผนพัฒนาตำบล การจัดทำร่างข้อบัญญัติ การทำทะเบียนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนตำบล การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม งานการประชุม งานข้อบังคับตำบล งานนิติการ งานรัฐพิธี งานประชาสัมพันธ์ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การให้คำปรึกษาหน้าที่และความรับผิดชอบ การปกครองบังคับบัญชาพนักงานส่วนตำบลและพนักงานจ้าง การบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมด การดำเนินการเกี่ยวกับการอนุมัติต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นๆและที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๑.๑ งานบริหารงานทั่วไป ๑.๒ งานบริหารงานบุคคล ๑.๓ งานนโยบายและแผน ๑.๔ งานกฎหมายและคดี ๑.๕ งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ๑.๖ งานส่งเสริมการท่องเที่ยว ๑.๗ งานส่งเสริมการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑.๘ งานกิจการโรงเรียน ๑.๙ งานสวัสดิการและพัฒนาชุมชน ๑.๑๐ งานสังคมสงเคราะห์ ส่งเสริมอาชีพและพัฒนาสตรี ๑.๑๑ งานส่งเสริมการเกษตรและปศุสัตว์ ๒. กองคลัง กองคลัง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการจัดทำบัญชี และทะเบียนรับ-จ่ายเงินทุกประเภท งานเกี่ยวกับการเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บเงิน การนำส่งเงิน การฝากเงิน การตรวจเงินองค์การบริหารส่วนตำบล รวบรวมสถิติเงินได้ประเภทต่างๆ การเบิกตัดปี การขยายเวลา เบิกจ่ายงบประมาณ การหักภาษีและนำส่ง รายงานเงินคงเหลือประจำวัน การรับและจ่ายขาดเงินสะสมขององค์การบริหารส่วนตำบล การยืมเงินทดรองราชการ การจัดหาผลประโยชน์จากสิ่งก่อสร้างและทรัพย์สิน ตรวจสอบเงินของจังหวัดและสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน การเร่งรัดจัดเก็บรายได้ การพัฒนา การออกใบอนุญาตและค่าธรรมเนียมต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๒.๑ งานการเงิน ๒.๒ งานบัญชี ๒.๓ งานพัฒนาและจัดเก็บรายได้ ๒.๔ งานทะเบียนทรัพย์สินและพัสดุ ๒.๕ งานธุรการ ๓. กองช่าง กองช่าง มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสำรวจออกแบบและจัดทำโครงการใช้จ่ายเงินองค์การบริหารส่วนตำบล การขออนุมัติเพื่อดำเนินการตามโครงการที่ตั้งจ่ายจากเงินรายได้ขององการบริหารส่วนตำบล งานประมาณการค่าใช้จ่ายตามโครงการ งานควบคุมอาคาร งานก่อสร้าง งานผังเมือง งานบำรุงซ่อมแซมและจัดทำทะเบียนสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบล การให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดทำโครงการและออกแบบก่อสร้างที่อยู่ในความรับผิดชอบองค์การบริหารส่วนตำบล และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๓.๑ งานก่อสร้าง ๓.๒ งานออกแบบและควบคุมอาคาร ๓.๓ งานประสานสาธารณูปโภค ๓.๔ งานผังเมือง ๓.๕ งานธุรการ ๔. กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม มีภาระหน้าที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข อนามัย การป้องกันและรักษาโรค การรักษาความสะอาด การอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วางแผน ประสาน คุ้มครองดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอื่น รวมทั้งการจัดการและการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ การเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ และดำรงไว้ซึ่งสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพของสิ่งมีชีวิต และงานอื่นที่เกี่ยวข้องตามที่ได้รับมอบหมาย โดยจำแนกออกเป็นงานได้ดังนี้ ๔.๑ งานอนามัยและสิ่งแวดล้อม ๔.๒ งานสุขเสริมสุขภาพและสาธารณสุข ๔.๓ งานรักษาความสะอาด ๔.๔ งานควบคุมโรค ๔.๕ งานบริการสาธารณสุข ๔.๖ งานธุรการ
ชื่อไฟล์ : ส่วนที่ ๒ ผลการติดตามและประเมินผลโครงการตามแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร แบบที่ ๑ การกำกับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคำชี้แจง : แบบที่ ๑ เป็นแบบประเมินตนเองในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะทำการประเมินและรายงานทุกๆ ครั้ง หลังจากที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์แล้ว ชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ส่วนที่ ๒ ผลการติดตามและประเมินผลโครงการตามแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร แบบที่ ๑ การกำกับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคำชี้แจง : แบบที่ ๑ เป็นแบบประเมินตนเองในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะทำการประเมินและรายงานทุกๆ ครั้ง หลังจากที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์แล้ว ชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง../add_file/ ส่วนที่ ๒ ผลการติดตามและประเมินผลโครงการตามแผนพัฒนาท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร แบบที่ ๑ การกำกับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคำชี้แจง : แบบที่ ๑ เป็นแบบประเมินตนเองในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยจะทำการประเมินและรายงานทุกๆ ครั้ง หลังจากที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ประกาศใช้แผนยุทธศาสตร์แล้ว ชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง
ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง../add_file/รอปรับปรุง
ชื่อไฟล์ : แบบที่ ๒ แบบติดตามผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายไตรมาศ (๓ เดือน) คำชี้แจง : แบบที่ ๒ เป็นแบบติดตามตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้แผนยุทศศาสตร์ ๕ ปี โดยมีกำหนดระยะเวลาในการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานทุกๆ ๓ เดือน เริ่มต้นและสิ้นสุดการดำเนินงานทุกๆ ๓ เดือน เริ่มตั้งแต่สิ้นสุดการดำเนินงานในเดือนตุลาคม – ธันวาคม หรือไตรมาสที่ ๑ ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป ๑. ชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ๒. รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ (๑) ไตรมาสที่ ๑ (ตุลาคม – ธันวาคม) (๒) ไตรมาสที่ ๒ (มกราคม – มีนาคม) (๓) ไตรมาสที่ ๓ (เมษายน - มิถุนายน) (๔) ไตรมาสที่ ๔ (กรกฎาคม – กันยายน) ส่วนที่ ๒ ผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: แบบที่ ๒ แบบติดตามผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายไตรมาศ (๓ เดือน) คำชี้แจง : แบบที่ ๒ เป็นแบบติดตามตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้แผนยุทศศาสตร์ ๕ ปี โดยมีกำหนดระยะเวลาในการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานทุกๆ ๓ เดือน เริ่มต้นและสิ้นสุดการดำเนินงานทุกๆ ๓ เดือน เริ่มตั้งแต่สิ้นสุดการดำเนินงานในเดือนตุลาคม – ธันวาคม หรือไตรมาสที่ ๑ ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป ๑. ชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ๒. รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ (๑) ไตรมาสที่ ๑ (ตุลาคม – ธันวาคม) (๒) ไตรมาสที่ ๒ (มกราคม – มีนาคม) (๓) ไตรมาสที่ ๓ (เมษายน - มิถุนายน) (๔) ไตรมาสที่ ๔ (กรกฎาคม – กันยายน) ส่วนที่ ๒ ผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี../add_file/แบบที่ ๒ แบบติดตามผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรายไตรมาศ (๓ เดือน) คำชี้แจง : แบบที่ ๒ เป็นแบบติดตามตนเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายใต้แผนยุทศศาสตร์ ๕ ปี โดยมีกำหนดระยะเวลาในการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานทุกๆ ๓ เดือน เริ่มต้นและสิ้นสุดการดำเนินงานทุกๆ ๓ เดือน เริ่มตั้งแต่สิ้นสุดการดำเนินงานในเดือนตุลาคม – ธันวาคม หรือไตรมาสที่ ๑ ส่วนที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป ๑. ชื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ๒. รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ (๑) ไตรมาสที่ ๑ (ตุลาคม – ธันวาคม) (๒) ไตรมาสที่ ๒ (มกราคม – มีนาคม) (๓) ไตรมาสที่ ๓ (เมษายน - มิถุนายน) (๔) ไตรมาสที่ ๔ (กรกฎาคม – กันยายน) ส่วนที่ ๒ ผลการดำเนินงานตามแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี
ชื่อไฟล์ : " class="w3-tag w3-theme-d4 w3-round w3-margin"> file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : ส่วนที่ ๑ บทนำ การติดตามประเมินผลแผนพัฒนา เป็นเครื่องมือที่บ่งชี้ถึงผลสำเร็จในการดำเนินงานว่า แผนพัฒนาท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ให้เกิดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ และผลลัพธ์ที่ได้สามารถตอบสนองความต้องการหรือสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ตรงประเด็น หรือไม่ รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา จึงเป็นสิ่งที่บ่งชี้ความสำเร็จของการดำเนินงานขององค์กร ที่คณะผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พนักงานส่วนตำบล รวมถึงคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น และประชาชนทุกคนพึงตระหนัก และให้ความสำคัญ เพื่อวัดระดับความสำเร็จของการดำเนินงานขององค์กรตลอดปีงบประมาณ และนำข้อมูล ปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นนำไปใช้ประกอบการพัฒนาการวางแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล และเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๘๗ วรรค ๓ บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรายงานการดำเนินงานต่อประชาชนในเรื่องการจัดทำงบประมาณการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานในรอบปี เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และกำกับการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ยังกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี และแผนการดำเนินงาน เพื่อเป็นเครื่องมือในการใช้กำกับการใช้งบประมาณ และทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า มีความ ถูกต้องโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและท้องถิ่น ดังนั้น การดำเนินงานตามแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงควรได้รับการติดตามและประเมินผลเพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานว่าสามารถแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่รวมถึงเพื่อประเมินผลว่า การดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมหรือพิจารณายุติการดำเนินงาน ความสำคัญของการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา เป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงการ ที่ดำเนินการอยู่ ดังนั้นการติดตาม จึงเป็นกิจกรรมภายในโครงการที่ถูกออกแบบมา เพื่อให้ข้อมูลป้อนกลับเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่และประสิทธิภาพของวิธีการดำเนินงานให้ลุล่วง หากค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการสูงกว่าที่กำหนดไว้ และกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการไม่ได้รับประโยชน์หรือได้รับประโยชน์ น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เกิดปัญหาในการควบคุมคุณภาพ การดำเนินงานเสียเวลาในการตรวจสอบความขัดแย้งในการปฏิบัติงานภายในหน่วยงานหรือระหว่างหน่วยงานกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ การติดตาม (Monitoring) คือ การตรวจติดตามงาน หรือการปฏิบัติงาน เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน การติดตามจึงเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการควบคุมการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานให้เป็นไปด้วยดีในทันทีที่เกิดปัญหาอุปสรรค ทั้งนี้ การติดตามแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการดำเนินงาน ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่และประสิทธิภาพของวิธีการดำเนินงาน หากไม่มีการติดตามผลย่อมส่งให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานให้ลุล่วง ปัญหาค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่กำหนดไว้ และกลุ่มเป้าหมายหลักไม่ได้รับประโยชน์หรือได้รับประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น การประเมินผล (Evaluation) คือ การตรวจสอบผลการดำเนินงานในระหว่างที่กำลังดำเนินการ (On-going Evaluation) หรือภายหลังที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (Ex-post Evaluation) ซึ่งการประเมินผลเป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกับการติดตาม การประเมินผลแผนงาน จะเป็นการบ่งชี้ว่า แผนงานที่กำหนดไว้ได้มีการปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร อันเป็นตัวชี้วัดว่าแผนงานที่ได้ดำเนินงานไปแล้วได้ผลอย่างไร นำไปสู่ความสำเร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งผลที่ได้จากการติดตาม และประเมินผล ถือว่าเป็นข้อมูลย้อนกลับที่สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและตัดสินใจในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นต่อไป ประโยชน์ของการติดตามและประเมินผล ๑. การจัดสรรทรัพยากรขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ก่อให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า การติดตามประเมินผลทำให้ทราบว่ากิจกรรมใดบ้างใช้ทรัพยากรในการดำเนินการได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ๒. ทำให้ทราบผลการปฏิบัติงานของหน่วยงาน การประเมินผลจะแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานของส่วนต่างๆ ว่าเป็นไปตามเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดที่ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนดหรือไม่ ๓. ใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความดี ความชอบ และการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานส่วนตำบล ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน หากการปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมาย ตัวชี้วัด ที่กำหนดสมควรได้รับการพิจารณาความดี จุดประสงค์ของการติดตามและประเมินผล ๑. เพื่อการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทราบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเกิดประโยชน์ กับประชาชน สนองตอบความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี ๒. เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนดไว้ ๓. เพื่อทราบปัญหา ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตรงจุด ๔. เพื่อใช้เป็นข้อแนะนำผู้บริหารท้องถิ่นในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นในปีต่อไป วิธีการติดตามและประเมินผล การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปีขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ประกอบด้วย กระบวนการติดตาม และการประเมินผลลัพธ์ ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ ดังนี้ การติดตามแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี เป็นการตรวจสอบในระหว่างดำเนินกิจกรรมตามโครงการว่าสามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถระดมความคิด ในการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานที่จะสามารถนำไปสู่การบรรลุแผนที่กำหนดไว้ได้ เครื่องมือที่ใช้ในการติดตามผลการดำเนินงาน ได้แก่แบบติดตามผลการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ซึ่งประกอบด้วย การติดตามการดำเนินงานของโครงการ และการเปลี่ยนแปลงโครงการติดตามภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณ การติดตามโครงการที่ได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ตลอดจนปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน การประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี เป็นการตรวจสอบผลที่เกิดขึ้นจริง เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ การกำหนดห้วงเวลาในการติดตามและประเมินผล กำหนดห้วงระยะเวลาในการติดตามและประเมินผลโครงการ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของ แต่ละโครงการ โดยกำหนดให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการทุกครั้งที่ดำเนินการแล้วเสร็จ และกำหนดให้มีการประชุมสัมมนาพร้อมติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ในภาพรวม อย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง แล้วรายงานผลและเสนอความเห็นที่ได้รับการติดตาม และประเมินผลต่อผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นนำเสนอต่อสภาท้องถิ่น คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น และประเมินผลการติดตาม ประเมินผลแผนพัฒนาให้ประชาชนในท้องถิ่น ทราบโดยทั่วกันอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้งภายในเดือนเมษายนและเดือนตุลาคมของทุกปี งานวิเคราะห์นโยบายและแผน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ตุลาคม ๒๕๖๑ file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ส่วนที่ ๑ บทนำ การติดตามประเมินผลแผนพัฒนา เป็นเครื่องมือที่บ่งชี้ถึงผลสำเร็จในการดำเนินงานว่า แผนพัฒนาท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ให้เกิดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ และผลลัพธ์ที่ได้สามารถตอบสนองความต้องการหรือสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ตรงประเด็น หรือไม่ รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา จึงเป็นสิ่งที่บ่งชี้ความสำเร็จของการดำเนินงานขององค์กร ที่คณะผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พนักงานส่วนตำบล รวมถึงคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น และประชาชนทุกคนพึงตระหนัก และให้ความสำคัญ เพื่อวัดระดับความสำเร็จของการดำเนินงานขององค์กรตลอดปีงบประมาณ และนำข้อมูล ปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นนำไปใช้ประกอบการพัฒนาการวางแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล และเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๘๗ วรรค ๓ บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรายงานการดำเนินงานต่อประชาชนในเรื่องการจัดทำงบประมาณการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานในรอบปี เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และกำกับการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ยังกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี และแผนการดำเนินงาน เพื่อเป็นเครื่องมือในการใช้กำกับการใช้งบประมาณ และทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า มีความ ถูกต้องโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและท้องถิ่น ดังนั้น การดำเนินงานตามแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงควรได้รับการติดตามและประเมินผลเพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานว่าสามารถแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่รวมถึงเพื่อประเมินผลว่า การดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมหรือพิจารณายุติการดำเนินงาน ความสำคัญของการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา เป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงการ ที่ดำเนินการอยู่ ดังนั้นการติดตาม จึงเป็นกิจกรรมภายในโครงการที่ถูกออกแบบมา เพื่อให้ข้อมูลป้อนกลับเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่และประสิทธิภาพของวิธีการดำเนินงานให้ลุล่วง หากค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการสูงกว่าที่กำหนดไว้ และกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการไม่ได้รับประโยชน์หรือได้รับประโยชน์ น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เกิดปัญหาในการควบคุมคุณภาพ การดำเนินงานเสียเวลาในการตรวจสอบความขัดแย้งในการปฏิบัติงานภายในหน่วยงานหรือระหว่างหน่วยงานกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ การติดตาม (Monitoring) คือ การตรวจติดตามงาน หรือการปฏิบัติงาน เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน การติดตามจึงเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการควบคุมการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานให้เป็นไปด้วยดีในทันทีที่เกิดปัญหาอุปสรรค ทั้งนี้ การติดตามแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการดำเนินงาน ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่และประสิทธิภาพของวิธีการดำเนินงาน หากไม่มีการติดตามผลย่อมส่งให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานให้ลุล่วง ปัญหาค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่กำหนดไว้ และกลุ่มเป้าหมายหลักไม่ได้รับประโยชน์หรือได้รับประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น การประเมินผล (Evaluation) คือ การตรวจสอบผลการดำเนินงานในระหว่างที่กำลังดำเนินการ (On-going Evaluation) หรือภายหลังที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (Ex-post Evaluation) ซึ่งการประเมินผลเป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกับการติดตาม การประเมินผลแผนงาน จะเป็นการบ่งชี้ว่า แผนงานที่กำหนดไว้ได้มีการปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร อันเป็นตัวชี้วัดว่าแผนงานที่ได้ดำเนินงานไปแล้วได้ผลอย่างไร นำไปสู่ความสำเร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งผลที่ได้จากการติดตาม และประเมินผล ถือว่าเป็นข้อมูลย้อนกลับที่สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและตัดสินใจในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นต่อไป ประโยชน์ของการติดตามและประเมินผล ๑. การจัดสรรทรัพยากรขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ก่อให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า การติดตามประเมินผลทำให้ทราบว่ากิจกรรมใดบ้างใช้ทรัพยากรในการดำเนินการได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ๒. ทำให้ทราบผลการปฏิบัติงานของหน่วยงาน การประเมินผลจะแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานของส่วนต่างๆ ว่าเป็นไปตามเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดที่ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนดหรือไม่ ๓. ใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความดี ความชอบ และการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานส่วนตำบล ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน หากการปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมาย ตัวชี้วัด ที่กำหนดสมควรได้รับการพิจารณาความดี จุดประสงค์ของการติดตามและประเมินผล ๑. เพื่อการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทราบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเกิดประโยชน์ กับประชาชน สนองตอบความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี ๒. เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนดไว้ ๓. เพื่อทราบปัญหา ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตรงจุด ๔. เพื่อใช้เป็นข้อแนะนำผู้บริหารท้องถิ่นในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นในปีต่อไป วิธีการติดตามและประเมินผล การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปีขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ประกอบด้วย กระบวนการติดตาม และการประเมินผลลัพธ์ ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ ดังนี้ การติดตามแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี เป็นการตรวจสอบในระหว่างดำเนินกิจกรรมตามโครงการว่าสามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถระดมความคิด ในการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานที่จะสามารถนำไปสู่การบรรลุแผนที่กำหนดไว้ได้ เครื่องมือที่ใช้ในการติดตามผลการดำเนินงาน ได้แก่แบบติดตามผลการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ซึ่งประกอบด้วย การติดตามการดำเนินงานของโครงการ และการเปลี่ยนแปลงโครงการติดตามภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณ การติดตามโครงการที่ได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ตลอดจนปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน การประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี เป็นการตรวจสอบผลที่เกิดขึ้นจริง เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ การกำหนดห้วงเวลาในการติดตามและประเมินผล กำหนดห้วงระยะเวลาในการติดตามและประเมินผลโครงการ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของ แต่ละโครงการ โดยกำหนดให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการทุกครั้งที่ดำเนินการแล้วเสร็จ และกำหนดให้มีการประชุมสัมมนาพร้อมติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ในภาพรวม อย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง แล้วรายงานผลและเสนอความเห็นที่ได้รับการติดตาม และประเมินผลต่อผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นนำเสนอต่อสภาท้องถิ่น คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น และประเมินผลการติดตาม ประเมินผลแผนพัฒนาให้ประชาชนในท้องถิ่น ทราบโดยทั่วกันอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้งภายในเดือนเมษายนและเดือนตุลาคมของทุกปี งานวิเคราะห์นโยบายและแผน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ตุลาคม ๒๕๖๑../add_file/ ส่วนที่ ๑ บทนำ การติดตามประเมินผลแผนพัฒนา เป็นเครื่องมือที่บ่งชี้ถึงผลสำเร็จในการดำเนินงานว่า แผนพัฒนาท้องถิ่นสามารถนำไปใช้ให้เกิดการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ และผลลัพธ์ที่ได้สามารถตอบสนองความต้องการหรือสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง ตรงประเด็น หรือไม่ รวมถึงการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา จึงเป็นสิ่งที่บ่งชี้ความสำเร็จของการดำเนินงานขององค์กร ที่คณะผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พนักงานส่วนตำบล รวมถึงคณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น และประชาชนทุกคนพึงตระหนัก และให้ความสำคัญ เพื่อวัดระดับความสำเร็จของการดำเนินงานขององค์กรตลอดปีงบประมาณ และนำข้อมูล ปัญหา อุปสรรคที่เกิดขึ้นนำไปใช้ประกอบการพัฒนาการวางแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบล และเป็นเครื่องมือในการกำหนดทิศทางการพัฒนาการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๘๗ วรรค ๓ บัญญัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรายงานการดำเนินงานต่อประชาชนในเรื่องการจัดทำงบประมาณการใช้จ่าย และผลการดำเนินงานในรอบปี เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และกำกับการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นอกจากนี้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการจัดทำแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ยังกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี และแผนการดำเนินงาน เพื่อเป็นเครื่องมือในการใช้กำกับการใช้งบประมาณ และทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า มีความ ถูกต้องโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและท้องถิ่น ดังนั้น การดำเนินงานตามแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงควรได้รับการติดตามและประเมินผลเพื่อให้ทราบผลการดำเนินงานว่าสามารถแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริงหรือไม่รวมถึงเพื่อประเมินผลว่า การดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมหรือพิจารณายุติการดำเนินงาน ความสำคัญของการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนา เป็นเครื่องมือที่จำเป็นในการปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงการ ที่ดำเนินการอยู่ ดังนั้นการติดตาม จึงเป็นกิจกรรมภายในโครงการที่ถูกออกแบบมา เพื่อให้ข้อมูลป้อนกลับเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่และประสิทธิภาพของวิธีการดำเนินงานให้ลุล่วง หากค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการสูงกว่าที่กำหนดไว้ และกลุ่มเป้าหมายหลักของโครงการไม่ได้รับประโยชน์หรือได้รับประโยชน์ น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เกิดปัญหาในการควบคุมคุณภาพ การดำเนินงานเสียเวลาในการตรวจสอบความขัดแย้งในการปฏิบัติงานภายในหน่วยงานหรือระหว่างหน่วยงานกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับประโยชน์จากโครงการ การติดตาม (Monitoring) คือ การตรวจติดตามงาน หรือการปฏิบัติงาน เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน การติดตามจึงเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการควบคุมการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานให้เป็นไปด้วยดีในทันทีที่เกิดปัญหาอุปสรรค ทั้งนี้ การติดตามแผนพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับเกี่ยวกับการดำเนินงาน ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่และประสิทธิภาพของวิธีการดำเนินงาน หากไม่มีการติดตามผลย่อมส่งให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงานให้ลุล่วง ปัญหาค่าใช้จ่ายสูงกว่าที่กำหนดไว้ และกลุ่มเป้าหมายหลักไม่ได้รับประโยชน์หรือได้รับประโยชน์น้อยกว่าที่ควรจะเป็น การประเมินผล (Evaluation) คือ การตรวจสอบผลการดำเนินงานในระหว่างที่กำลังดำเนินการ (On-going Evaluation) หรือภายหลังที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (Ex-post Evaluation) ซึ่งการประเมินผลเป็นสิ่งจำเป็นเช่นเดียวกับการติดตาม การประเมินผลแผนงาน จะเป็นการบ่งชี้ว่า แผนงานที่กำหนดไว้ได้มีการปฏิบัติหรือไม่ อย่างไร อันเป็นตัวชี้วัดว่าแผนงานที่ได้ดำเนินงานไปแล้วได้ผลอย่างไร นำไปสู่ความสำเร็จตามแผนงานที่กำหนดไว้หรือไม่ ซึ่งผลที่ได้จากการติดตาม และประเมินผล ถือว่าเป็นข้อมูลย้อนกลับที่สามารถนำไปใช้ในการปรับปรุงและตัดสินใจในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นต่อไป ประโยชน์ของการติดตามและประเมินผล ๑. การจัดสรรทรัพยากรขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ก่อให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่า การติดตามประเมินผลทำให้ทราบว่ากิจกรรมใดบ้างใช้ทรัพยากรในการดำเนินการได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ๒. ทำให้ทราบผลการปฏิบัติงานของหน่วยงาน การประเมินผลจะแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติงานของส่วนต่างๆ ว่าเป็นไปตามเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดที่ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนดหรือไม่ ๓. ใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความดี ความชอบ และการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานส่วนตำบล ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน หากการปฏิบัติงานเป็นไปตามเป้าหมาย ตัวชี้วัด ที่กำหนดสมควรได้รับการพิจารณาความดี จุดประสงค์ของการติดตามและประเมินผล ๑. เพื่อการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทราบปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเกิดประโยชน์ กับประชาชน สนองตอบความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี ๒. เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนดไว้ ๓. เพื่อทราบปัญหา ความต้องการที่แท้จริงของประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ตรงจุด ๔. เพื่อใช้เป็นข้อแนะนำผู้บริหารท้องถิ่นในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นในปีต่อไป วิธีการติดตามและประเมินผล การติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปีขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ประกอบด้วย กระบวนการติดตาม และการประเมินผลลัพธ์ ซึ่งสามารถอธิบายรายละเอียดได้ ดังนี้ การติดตามแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี เป็นการตรวจสอบในระหว่างดำเนินกิจกรรมตามโครงการว่าสามารถเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ เพื่อให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องสามารถระดมความคิด ในการปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานที่จะสามารถนำไปสู่การบรรลุแผนที่กำหนดไว้ได้ เครื่องมือที่ใช้ในการติดตามผลการดำเนินงาน ได้แก่แบบติดตามผลการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ซึ่งประกอบด้วย การติดตามการดำเนินงานของโครงการ และการเปลี่ยนแปลงโครงการติดตามภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณ การติดตามโครงการที่ได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ตลอดจนปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงาน การประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปี เป็นการตรวจสอบผลที่เกิดขึ้นจริง เมื่อดำเนินโครงการแล้วเสร็จเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ การกำหนดห้วงเวลาในการติดตามและประเมินผล กำหนดห้วงระยะเวลาในการติดตามและประเมินผลโครงการ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของ แต่ละโครงการ โดยกำหนดให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการทุกครั้งที่ดำเนินการแล้วเสร็จ และกำหนดให้มีการประชุมสัมมนาพร้อมติดตามประเมินผลการดำเนินงานโครงการขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ในภาพรวม อย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง แล้วรายงานผลและเสนอความเห็นที่ได้รับการติดตาม และประเมินผลต่อผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นนำเสนอต่อสภาท้องถิ่น คณะกรรมการพัฒนาท้องถิ่น และประเมินผลการติดตาม ประเมินผลแผนพัฒนาให้ประชาชนในท้องถิ่น ทราบโดยทั่วกันอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้งภายในเดือนเมษายนและเดือนตุลาคมของทุกปี งานวิเคราะห์นโยบายและแผน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ตุลาคม ๒๕๖๑
ชื่อไฟล์ : PJ8mStlMon35742.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : 0wnKONxMon35815.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : gLnsoMnMon35850.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : p3Q2iHyMon35918.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : 2 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 2../add_file/2
ชื่อไฟล์ : 7wdnAcFThu14136.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : u3bpbSZFri95911.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : 1 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 1../add_file/1
ชื่อไฟล์ : 2 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 2../add_file/2
ชื่อไฟล์ : GggcgwPTue45904.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : 1 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 1../add_file/1
ชื่อไฟล์ : 1 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 1../add_file/1
ชื่อไฟล์ : 2 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 2../add_file/2
ชื่อไฟล์ : 2 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 2../add_file/2
ชื่อไฟล์ : 2 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 2../add_file/2
ชื่อไฟล์ : 2 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 2../add_file/2
ชื่อไฟล์ : 1 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 1../add_file/1
ชื่อไฟล์ : 1 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 1../add_file/1
ชื่อไฟล์ : 1 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 1../add_file/1
ชื่อไฟล์ : 2 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 2../add_file/2
ชื่อไฟล์ : 1 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 1../add_file/1
ชื่อไฟล์ : 1 file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: 1../add_file/1
ชื่อไฟล์ : qCQxgQ2Mon22503.jpg file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้
ชื่อไฟล์ : ช่องทางการแจ้งเบาะแสป้ายโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่รุกล้ำทางสาธารณะ หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร จึงได้จัดช่องทาง สำหรับการแจ้งเบาะแสป้ายโฆษณาหรือสิ่งอื่นใดที่รุกล้ำทางสาธารณะ หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีช่องทางในการแจ้งเบาะแส ดังนี้ ๑. แจ้งด้วยตนเองได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เลขที่ 537 หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 ๒. ทางโทรศัพท์หมายเลข 042 -163-167 ๓. ทางโทรสาร หมายเลข 042-163-167 ๔. ผ่านทางเว็บไซต์ www.huayyangsakon.go.th 5. Facebook อบต.ห้วยยาง สกลนคร ทั้งนี้ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส จะถูกเก็บไว้เป็นความลับ ซึ่งจะได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเท่านั้น มาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ มาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะซึ่งเป็นมาตรการเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติราชการหรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตและกระทำความผิดในกรณีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมาตรการฯ แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ มาตรการ / สรุปสาระสำคัญ 1) มาตรการระยะเร่งด่วน 1.1) มาตรการทางการบริหาร ที่ควรดำเนินการเสร็จภายใน 6 เดือน เช่น (1) ป้ายโฆษณาทุกประเภทต้องมีเลขทะเบียนควบคุมเป็นระบบเดียว ซึ่งบ่งบอกหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตหรือกำกับดูแล เพื่อให้เกิดความเข้มงวดในการกำกับดูแล และจัดระเบียบ (2) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดให้มีช่องทางที่เหมาะสมสำหรับแจ้งเบาะแสป้ายโฆษณาหรือสิ่งอื่นใดที่รุกล้ำทางสาธารณะหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งมีแนวทางการจัดการที่ชัดเจนและรายงานผลการดำเนินการภายหลัง 1.2) มาตรการทางกฎหมาย ที่ควรดำเนินการเสร็จภายใน 1 ปี เช่น (1) กำหนดนิยามของคำว่าป้ายโฆษณาให้ชัดเจน รวมถึงกำหนดลักษณะ รูปแบบ และขนาด ของป้ายโฆษณาให้เป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการควบคุมดูแล (2) กำหนดค่ามาตรฐานความเข้มของแสงบนป้ายโฆษณาที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และ (3) ปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมการขออนุญาตติดตั้งให้เหมาะสมกับปัจจุบัน 2) มาตรการระยะยาว ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยควรจัดให้ความรู้ทางกฎหมายแก่สมาคมโฆษณา หรือสมาคมภาคธุรกิจเอกชนอื่น ๆ ที่มีความประสงค์จะติดตั้งป้ายโฆษณาในพื้นที่ให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน และควรรณรงค์ให้เครือข่ายประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการติดตั้งป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ช่องทางการแจ้งเบาะแสป้ายโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่รุกล้ำทางสาธารณะ หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร จึงได้จัดช่องทาง สำหรับการแจ้งเบาะแสป้ายโฆษณาหรือสิ่งอื่นใดที่รุกล้ำทางสาธารณะ หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีช่องทางในการแจ้งเบาะแส ดังนี้ ๑. แจ้งด้วยตนเองได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เลขที่ 537 หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 ๒. ทางโทรศัพท์หมายเลข 042 -163-167 ๓. ทางโทรสาร หมายเลข 042-163-167 ๔. ผ่านทางเว็บไซต์ www.huayyangsakon.go.th 5. Facebook อบต.ห้วยยาง สกลนคร ทั้งนี้ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส จะถูกเก็บไว้เป็นความลับ ซึ่งจะได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเท่านั้น มาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ มาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะซึ่งเป็นมาตรการเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติราชการหรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตและกระทำความผิดในกรณีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมาตรการฯ แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ มาตรการ / สรุปสาระสำคัญ 1) มาตรการระยะเร่งด่วน 1.1) มาตรการทางการบริหาร ที่ควรดำเนินการเสร็จภายใน 6 เดือน เช่น (1) ป้ายโฆษณาทุกประเภทต้องมีเลขทะเบียนควบคุมเป็นระบบเดียว ซึ่งบ่งบอกหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตหรือกำกับดูแล เพื่อให้เกิดความเข้มงวดในการกำกับดูแล และจัดระเบียบ (2) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดให้มีช่องทางที่เหมาะสมสำหรับแจ้งเบาะแสป้ายโฆษณาหรือสิ่งอื่นใดที่รุกล้ำทางสาธารณะหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งมีแนวทางการจัดการที่ชัดเจนและรายงานผลการดำเนินการภายหลัง 1.2) มาตรการทางกฎหมาย ที่ควรดำเนินการเสร็จภายใน 1 ปี เช่น (1) กำหนดนิยามของคำว่าป้ายโฆษณาให้ชัดเจน รวมถึงกำหนดลักษณะ รูปแบบ และขนาด ของป้ายโฆษณาให้เป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการควบคุมดูแล (2) กำหนดค่ามาตรฐานความเข้มของแสงบนป้ายโฆษณาที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และ (3) ปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมการขออนุญาตติดตั้งให้เหมาะสมกับปัจจุบัน 2) มาตรการระยะยาว ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยควรจัดให้ความรู้ทางกฎหมายแก่สมาคมโฆษณา หรือสมาคมภาคธุรกิจเอกชนอื่น ๆ ที่มีความประสงค์จะติดตั้งป้ายโฆษณาในพื้นที่ให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน และควรรณรงค์ให้เครือข่ายประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการติดตั้งป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ../add_file/ช่องทางการแจ้งเบาะแสป้ายโฆษณา หรือสิ่งอื่นใดที่รุกล้ำทางสาธารณะ หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตามมาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร จึงได้จัดช่องทาง สำหรับการแจ้งเบาะแสป้ายโฆษณาหรือสิ่งอื่นใดที่รุกล้ำทางสาธารณะ หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีช่องทางในการแจ้งเบาะแส ดังนี้ ๑. แจ้งด้วยตนเองได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เลขที่ 537 หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 ๒. ทางโทรศัพท์หมายเลข 042 -163-167 ๓. ทางโทรสาร หมายเลข 042-163-167 ๔. ผ่านทางเว็บไซต์ www.huayyangsakon.go.th 5. Facebook อบต.ห้วยยาง สกลนคร ทั้งนี้ข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแส จะถูกเก็บไว้เป็นความลับ ซึ่งจะได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเท่านั้น มาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ มาตรการป้องกันการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะซึ่งเป็นมาตรการเพื่อปรับปรุงการปฏิบัติราชการหรือวางแผนงานโครงการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อป้องกันหรือปราบปรามการทุจริตและกระทำความผิดในกรณีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมาตรการฯ แบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้ มาตรการ / สรุปสาระสำคัญ 1) มาตรการระยะเร่งด่วน 1.1) มาตรการทางการบริหาร ที่ควรดำเนินการเสร็จภายใน 6 เดือน เช่น (1) ป้ายโฆษณาทุกประเภทต้องมีเลขทะเบียนควบคุมเป็นระบบเดียว ซึ่งบ่งบอกหน่วยงานผู้ออกใบอนุญาตหรือกำกับดูแล เพื่อให้เกิดความเข้มงวดในการกำกับดูแล และจัดระเบียบ (2) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดให้มีช่องทางที่เหมาะสมสำหรับแจ้งเบาะแสป้ายโฆษณาหรือสิ่งอื่นใดที่รุกล้ำทางสาธารณะหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งมีแนวทางการจัดการที่ชัดเจนและรายงานผลการดำเนินการภายหลัง 1.2) มาตรการทางกฎหมาย ที่ควรดำเนินการเสร็จภายใน 1 ปี เช่น (1) กำหนดนิยามของคำว่าป้ายโฆษณาให้ชัดเจน รวมถึงกำหนดลักษณะ รูปแบบ และขนาด ของป้ายโฆษณาให้เป็นแนวทางเดียวกัน เพื่อใช้เป็นมาตรฐานกลางในการควบคุมดูแล (2) กำหนดค่ามาตรฐานความเข้มของแสงบนป้ายโฆษณาที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย และ (3) ปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมการขออนุญาตติดตั้งให้เหมาะสมกับปัจจุบัน 2) มาตรการระยะยาว ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยควรจัดให้ความรู้ทางกฎหมายแก่สมาคมโฆษณา หรือสมาคมภาคธุรกิจเอกชนอื่น ๆ ที่มีความประสงค์จะติดตั้งป้ายโฆษณาในพื้นที่ให้มีความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกัน และควรรณรงค์ให้เครือข่ายประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการติดตั้งป้ายโฆษณาบนทางสาธารณะ
ชื่อไฟล์ : ถนนคอนกรีต จากปั้มessoเข้าซอยวิวภูพาน บ้านคลองไผ่พัฒนา หมู่13 แล้วเสร็จหรือยังครับ เห็นยังมีดินที่อยู่ไหล่ทาง ยังดูไม่เรียบร้อย ควรเกลี่ยและบดอัดให้ดีกว่านี้ และยังมาท่อวางอยู่ตามไหล่ทาง จะเป็นอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนนได้ ช่วยออกมาตรวจสอบดูให้ด้วยครับ file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ถนนคอนกรีต จากปั้มessoเข้าซอยวิวภูพาน บ้านคลองไผ่พัฒนา หมู่13 แล้วเสร็จหรือยังครับ เห็นยังมีดินที่อยู่ไหล่ทาง ยังดูไม่เรียบร้อย ควรเกลี่ยและบดอัดให้ดีกว่านี้ และยังมาท่อวางอยู่ตามไหล่ทาง จะเป็นอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนนได้ ช่วยออกมาตรวจสอบดูให้ด้วยครับ../add_file/ถนนคอนกรีต จากปั้มessoเข้าซอยวิวภูพาน บ้านคลองไผ่พัฒนา หมู่13 แล้วเสร็จหรือยังครับ เห็นยังมีดินที่อยู่ไหล่ทาง ยังดูไม่เรียบร้อย ควรเกลี่ยและบดอัดให้ดีกว่านี้ และยังมาท่อวางอยู่ตามไหล่ทาง จะเป็นอันตรายกับผู้ใช้รถใช้ถนนได้ ช่วยออกมาตรวจสอบดูให้ด้วยครับ
ชื่อไฟล์ : k7ftEsOMon115700.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง../add_file/รอปรับปรุง
ชื่อไฟล์ : J3nVuhwWed45737.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : v6CZlWiFri42757.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : PKKx0ZuTue105534.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : rdZXp7YTue105734.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : BKBf2tyTue110023.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : UOOcFTzTue30432.pdf file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้

ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: ../add_file/
ชื่อไฟล์ : คำนำ จัดทำโดย องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร คู่มือปฏิบัติงานด้านการร้องเรียน/ร้องทุกข์(เรื่องร้องเรียนทั่วไปและเรื่องร้องเรียนการจัดซื้อจัดจ้าง) ขององค์การบริหารส่วนห้วยยางจัดทำขึ้น เพื่อเป็นกรอบหรือแนวทางในการปฏิบัติงานด้านรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ทั้งในเรื่องร้องเรียนทั่วไปและร้องเรียนด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ตอบสนองนโยบายของรัฐ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ กำหนดแนวทางปฏิบัติราชการ มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนโดยยึดประชาชนเป็น ศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของ ประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่องานบริการมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในการให้บริการ ไม่มี ขั้นตอนปฏิบัติงานเกินความจาเป็น มีการปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อสถานการณ์ ประชาชนได้รับการ อานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ และมีการประเมินผลการให้บริการ สม่ำเสมอ ทั้งนี้การจัดการข้อร้องเรียนจนได้ข้อยุติ ให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อ ตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการจาเป็นต้องมีขั้นตอน/กระบวนการ และ แนวทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน คณะกรรมการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง สารบัญ เรื่อง คำนำ สารบัญ บทที่ 1 บทนำ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์การจัดทำคู่มือ การจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเรื่องราวองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ขอบเขต 1.กรณีเรื่องร้องเรียนทั่วไป 2. กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง สถานที่ตั้ง หน้าที่ความรับผิดชอบ บทที่ 2 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน คำจำกัดความ ช่องทางการร้องเรียน บทที่ 3 แผนผังกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ บทที่ 4 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ภาคผนวก แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน (ด้วยตนเอง) (แบบคำร้องเรียน๑) แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน (โทรศัพท์) (แบบคำร้องเรียน.๒) แบบแจ้งการรับเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียน (ตอบข้อร้องเรียน 1) แบบแจ้งผลการดำเนินการต่อเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียน (ตอบข้อร้องเรียน 2) หน้า ก ข 1 1 1 1 2 2 2 3 3 4 4 6 7 8 9 10 11 12 13 บทที่ 1 บทนำ 1. หลักการและเหตุผล ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ กำหนดแนวทางปฏิบัติราชการ มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน โดยยึดประชาชนเป็น ศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของ ประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อ งานบริการมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในการให้บริการ ไม่มี ขั้นตอนปฏิบัติงานเกินความจาเป็น มีการ ปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อสถานการณ์ ประชาชนได้รับการ อำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความ ต้องการ และมีการประเมินผลการให้บริการ สม่ำเสมอ ประกอบกับหนังสืออำเภอปราสาท ด่วนที่สุด ที่ สร 0023.14/ว 754 ลงวัน ที่ 14 สิงหาคม 2558 เรื่อง การประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการประเมิน คุณธรรมและความโปร่ง ใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น Integrity and Transparency Assessment (ITA) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ได้แจ้งว่า สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น Integrity andTransparencyAssessmenz (ITA) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 โดยทางสานักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเสนอการบูรณาการเครื่องมือการประเมินคุณธรรมการดำเนินงาน (Integrity Assessment) และดัชนีวัดความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐของสานักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และตามประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๖/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เรื่องการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานระดับจังหวัด และให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกองค์กร จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมท้องถิ่น โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อยู่ภายใต้กำกับดูแลของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคลองท่อม และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ จัดตั้งเพื่อเป็นศูนย์ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษารับเรื่องปัญหาความต้องการ และ ข้อเสนอแนะของประชาชน จึงได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานด้านการร้องเรียน/ร้องทุกข์(เรื่องร้องเรียนทั่วไปและเรื่องร้องเรียน การจัดซื้อจัดจ้าง) ขององค์การบริหารส่วนห้วยยาง เพื่อเป็นกรอบหรือแนวทางในการปฏิบัติงาน 2. วัตถุประสงค์การจัดทำคู่มือ 1. เพื่อให้เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในการรับ เรื่องราวร้องเรียน ร้องทุกข์ หรือขอความช่วยเหลือให้มีมาตรฐานเดียวกันและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อให้การดำเนินงานจัดการข้อร้องเรียนของ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง มีขั้นตอน/ กระบวนการ และแนวทางในการปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน 3. เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่มุ่งไปสู่การบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ๔. เพื่อเผยแพร่ให้กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางทราบกระบวนการ ๕. เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนด ระเบียบหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการ ข้อร้องเรียน ที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ และมีประสิทธิภาพ -2- 4. ขอบเขต 1.กรณีเรื่องร้องเรียนทั่วไป 1.1. สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ขอรับบริการถึงความประสงค์ของการขอรับบริการ 1.2. ดำเนินการบันทึกข้อมูลของผู้ขอรับบริการ เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลของผู้ขอรับบริการจากศูนย์บริการ 1.3. แยกประเภทงานบริการตามความประสงค์ของผู้ขอรับบริการ เช่น ปรึกษากฎหมาย, ขออนุมัติ/อนุญาต, ขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนเรื่องร้องเรียนจัดซื้อจัดจ้าง 1.4. ดำเนินการให้คำปรึกษาตามประเภทงานบริการเพื่อตอบสนองความประสงค์ของผู้ขอรับบริการ 1.5. เจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อตอบสนองความประสงค์ของผู้ขอรับบริการ กรณีข้อร้องเรียนทั่วไปเจ้าหน้าทีผู้รับผิดชอบ/ที่ปรึกษากฎหมายจะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบเมื่อให้คำปรึกษาเรียบร้อยแล้วเรื่องที่ขอรับบริการถือว่ายุติ - กรณีขออนุมัติ/อนุญาต เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบ และดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้ หัวหน้าสานักงานปลัด หรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เป็นผู้พิจารณาส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ภายใน 1-2 วัน - กรณีขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลฯจะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้ และหัวหน้าหน่วยงาน เป็นผู้พิจารณาส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปภายใน 1-2 วัน - กรณีขออนุมัติ/อนุญาต, ขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแสให้ผู้ขอรับการบริการรอการติดต่อกลับหรือสามารถติดตามเรื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากไม่ได้รับการติดต่อกลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน ให้ติดต่อกลับที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง โทรศัพท์075 699653 2. กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง 2.1 สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ขอรับบริการถึงความประสงค์ของการขอรับบริการ 2.2 ดำเนินการบันทึกข้อมูลของผู้ขอรับบริการ เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลของผู้ขอรับบริการจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ 2.3 แยกประเภทงานร้องเรียนเรื่องร้องเรียนจัดซื้อจัดจ้างให้กับผู้อำนวยการกองคลัง เพื่อเสนอเรื่องให้กับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พิจารณาความเห็น - กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับจัดซื้อจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ/ที่ปรึกษากฎหมายจะให้ ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบเมื่อให้คำปรึกษาเรียบร้อยแล้วเรื่องที่ขอรับบริการถือว่ายุติ - กรณีขอร้องเรียน/ร้องทุกข์ /แจ้งเบาะแส เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลฯ จะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้ และหัวหน้าหน่วยงาน เป็นผู้พิจารณาส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ภายใน 1-2 วัน -3- - กรณี ขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแส เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ให้ผู้ขอรับการบริการ รอการติดต่อกลับหรือสามารถติดตามเรื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากไม่ได้รับการติดต่อกลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน ให้ติดต่อกลับที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง โทรศัพท์075 699654 5. สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ๕๓๗ หมู่ที่ ๔ บ้านนาคำ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 6. หน้าที่ความรับผิดชอบ เป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษารับเรื่องปัญหาความต้องการ และข้อเสนอแนะของประชาชน บทที่ 2 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน คำจำกัดความผู้รับบริการ หมายถึง ผู้ที่มารับบริการจากส่วนราชการและประชาชนทั่วไป - ผู้รับบริการ ประกอบด้วย - หน่วยงานของรัฐ*/เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ/เอกชน /หรือบุคคล/นิติบุคคล * หน่วยงานของรัฐ ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรมหรือส่วนราชการที่เรียกชื่อ อย่างอื่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และให้หมายความรวมถึง องค์กรอิสระ องค์การมหาชน หน่วยงานในกากับของรัฐและหน่วยงานอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ** เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวและผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะ เป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด รวมทั้งผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งและถูกสั่งให้ปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรัฐ - บุคคล/หน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ - ผู้ให้บริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ - ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย - ผู้ค้ากับหน่วยงานของรัฐ - ผู้มีสิทธิรับเงินจากทางราชการที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหมายถึง ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางบวกและทางลบ ทั้งทางตรงและ ทางอ้อมจากการดำเนินการของส่วนราชการ เช่น ประชาชนใน ชุมชน/ หมู่บ้านเขตตำบลห้วยยาง การจัดการข้อร้องเรียน หมายถึง มีความหมายครอบคลุมถึงการจัดการในเรื่อง ข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น/คำชมเชย/การสอบถามหรือร้องขอข้อมูล ผู้ร้องเรียนหมายถึง ประชาชนทั่วไป / ผู้มีส่วนได้เสียที่มาติดต่อยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางผ่านช่องทางต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ ครอบคลุมการร้องเรียน/การให้ข้อเสนอแนะ/การให้ข้อคิดเห็น/การ ชมเชย/ การร้องขอข้อมูล ช่องทางการรับข้อร้องเรียนหมายถึง ช่องทางต่างๆ ที่ใช้ในการรับเรื่องร้องเรียนเช่น ติดต่อด้วยตนเอง ร้องเรียน ทางโทรศัพท์/ เว็บไซต์/ Face Book/ เจ้าหน้าที่หมายถึง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจัดการข้อร้องเรียนของหน่วยงาน ข้อร้องเรียนแบ่งเป็นประเภท 2 ประเภทคือ เช่น ๑.ข้อร้องเรียนทั่วไป เช่น เรื่องราวร้องทุกข์ทั่วไปข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ -6- คำชมเชย สอบถามหรือร้องขอข้อมูล การร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพและการ ให้บริการของหน่วยงาน ๒. การร้องเรียนเกี่ยวความไม่โปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น คำร้องเรียนหมายถึง คำหรือข้อความที่ผู้ร้องเรียนกรอกตามแบบฟอร์มที่ศูนย์รับเรื่อง ร้องเรียน/ร้องทุกข์ หรือระบบการรับคำร้องเรียนเอง มีแหล่งที่สามารถ ตอบสนอง หรือมีรายละเอียดอย่างชัดเจนหรือมีนัยสำคัญที่เชื่อถือได้ การดำเนินการเรื่องร้องเรียน หมายถึง เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ที่ได้รับ ผ่านช่องทางการร้องเรียนต่างๆ มาเพื่อทราบ หรือพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ การจัดการเรื่องร้องเรียน หมายถึง กระบวนการที่ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาตามเรื่องร้องเรียนที่ ได้รับให้ได้รับการแก้ไข หรือบรรเทาความเดือดร้อนจากการดำเนินงาน ช่องทางการร้องเรียน 2.1 ผ่านทางสำนักงานปลัด 1) Banner รับเรื่องร้องเรียนผ่านหน้า www.huayyangsakon.go.th 2) ร้องเรียนผ่านตู้ /กล่องรับความความคิดเห็น (จดหมาย/บัตรสนเท่ห์/เอกสาร) 3) ไปรษณีย์ปกติ (จดหมาย/บัตรสนเท่ห์/เอกสาร) 4) ยื่นโดยตรง (จดหมาย/บัตรสนเท่ห์/เอกสาร) 5) ร้องเรียนด้วยตนเอง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง 6) โทรศัพท์ ๐๔๒-๑๖๓๑๖๗ 7) ร้องเรียนทาง Face book อบต.ห้วยยาง บทที่ 3 ๑.ร้องเรียนด้วยตนเอง ๒.ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ อบต.ห้วยยาง รับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริ ๓. ร้องเรียนทางโทรศัพท์ ๔.ร้องเรียนทาง Face book ๕.ร้องเรียนกล่องรับความคิดเห็น แจ้งผลให้ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน อบต.ห้วยยาง ทราบ (๑๕วัน ) ยุติ ไม่ยุติ ยุติเรื่องแจ้งผู้ร้องเรียน ร้องทุกข์ทราบ ไม่ยุติแจ้งเรื่องผู้ ร้องเรียน ร้องทุกข์ ทราบ สิ้นสุดการดำเนินการรายงานผล ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทราบ บทที่ 4 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบจัดการข้อร้องเรียนของหน่วยงาน 1 จัดตั้งศูนย์/จุดรับข้อร้องเรียนของหน่วยงาน 2 จัดทาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ 3 แจ้งผู้รับผิดชอบตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ทราบ เพื่อความสะดวกในการ ประสานงาน การรับและตรวจสอบข้อร้องเรียนจากช่องทางต่างๆ ดำเนินการรับและติดตามตรวจสอบข้อร้องเรียนที่เข้ามายังหน่วยงานจากช่องทางต่างๆโดยมีข้อปฏิบัติตามที่กำหนด ดังนี้ ช่องทาง ร้องเรียนด้วยตนเอง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ องค์การบริหาร ส่วนตำบลห้วยยาง ร้องเรียนทางโทรศัพท์ ๐๔๒-๑๖๓๑๖๗ ร้องเรียนทาง Face book ร้องเรียนกล่องรับฟังความคิดเห็น ความถี่ในการ ตรวจสอบ ช่องทาง ทุกครั้งที่มี ผู้ร้องเรียน ทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ ทุกวัน ทุกวัน ระยะเวลาดำเนินการ รับข้อร้องเรียนเพื่อ ประสานหาทางแก้ไข ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ หมายเหตุ - - - -9- ภาคผนวก -10- แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน(ด้วยตนเอง) (แบบคำร้องเรียน๑) ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วันที่.........เดือน.......................... พ.ศ. ........ เรื่อง ............................................................................................................................................... เรียน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ข้าพเจ้า............................................... อายุ..............ปี อยู่บ้านเลขที่.................... หมูที่...................................... ตำบล.................................... อำเภอ…………......................... จังหวัด............................ โทรศัพท์.................................................. อาชีพ.................................................................ตำแหน่ง......................................................................... ถือบัตร........................................................................เลขที่..................................................................................................................... ออกโดย............................................วันออกบัตร...........................................บัตรหมดอายุ..................................................................... มีความประสงค์ขอร้องทุกข์/ร้องเรียน เพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง พิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ หรือแก้ไขปัญหาในเรื่อง………......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอรับรองว่าคำร้องทุกข์/ร้องเรียนตามข้างต้นเป็นจริง และยินดีรับผิดชอบทั้ง ทางแพ่งและทางอาญาหากจะพึงมี โดยข้าพเจ้าขอส่งเอกสารหลักฐานประกอบการร้องทุกข์/ร้องเรียน (ถ้ามี) ได้แก่ ๑) ............................................................................................................................. จำนวน............ชุด ๒) ............................................................................................................................. จำนวน............ชุด ๓) .............................................................................................................................. จำนวน............ชุด ๔) .............................................................................................................................. จำนวน............ชุด จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอแสดงความนับถือ (ลงชื่อ) ................................................ (............................................) ผู้ร้องทุกข์/ร้องเรียน -11- แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน(โทรศัพท์) (แบบคำร้องเรียน.๒) ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วันที่.........เดือน.......................... พ.ศ. ........ เรื่อง ............................................................................................................................. .................. เรียน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ข้าพเจ้า............................................... อายุ.........ปี อยู่บ้านเลขที่...................... หมู่ที่……………………………...... ถนน................................ตำบล........................ อำเภอ........................... จังหวัด............................. โทรศัพท์……………… ..................................อาชีพ............................................ตำแหน่ง................................................................ มีความประสงค์ขอร้องทุกข์/ร้องเรียน เพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ หรือแก้ไขปัญหาในเรื่อง………................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... โดยขออ้าง................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ .....................................................................................................เป็นพยานหลักฐานประกอบ ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอรับรองว่าคำร้องทุกข์/ร้องเรียนตามข้างต้นเป็นจริง และ จนท.ได้แจ้งให้ ข้าพเจ้าทราบแล้วว่าหากเป็นคำร้องที่ไม่สุจริตอาจต้องรับผิดตามกฎหมายได้ ลงชื่อ…………………………………… จนท.ผู้รับเรื่อง (...........................................) วันที่...............เดือน.........................พ.ศ............... เวลา............................... file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: คำนำ จัดทำโดย องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร คู่มือปฏิบัติงานด้านการร้องเรียน/ร้องทุกข์(เรื่องร้องเรียนทั่วไปและเรื่องร้องเรียนการจัดซื้อจัดจ้าง) ขององค์การบริหารส่วนห้วยยางจัดทำขึ้น เพื่อเป็นกรอบหรือแนวทางในการปฏิบัติงานด้านรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ทั้งในเรื่องร้องเรียนทั่วไปและร้องเรียนด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ตอบสนองนโยบายของรัฐ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ กำหนดแนวทางปฏิบัติราชการ มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนโดยยึดประชาชนเป็น ศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของ ประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่องานบริการมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในการให้บริการ ไม่มี ขั้นตอนปฏิบัติงานเกินความจาเป็น มีการปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อสถานการณ์ ประชาชนได้รับการ อานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ และมีการประเมินผลการให้บริการ สม่ำเสมอ ทั้งนี้การจัดการข้อร้องเรียนจนได้ข้อยุติ ให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อ ตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการจาเป็นต้องมีขั้นตอน/กระบวนการ และ แนวทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน คณะกรรมการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง สารบัญ เรื่อง คำนำ สารบัญ บทที่ 1 บทนำ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์การจัดทำคู่มือ การจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเรื่องราวองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ขอบเขต 1.กรณีเรื่องร้องเรียนทั่วไป 2. กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง สถานที่ตั้ง หน้าที่ความรับผิดชอบ บทที่ 2 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน คำจำกัดความ ช่องทางการร้องเรียน บทที่ 3 แผนผังกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ บทที่ 4 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ภาคผนวก แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน (ด้วยตนเอง) (แบบคำร้องเรียน๑) แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน (โทรศัพท์) (แบบคำร้องเรียน.๒) แบบแจ้งการรับเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียน (ตอบข้อร้องเรียน 1) แบบแจ้งผลการดำเนินการต่อเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียน (ตอบข้อร้องเรียน 2) หน้า ก ข 1 1 1 1 2 2 2 3 3 4 4 6 7 8 9 10 11 12 13 บทที่ 1 บทนำ 1. หลักการและเหตุผล ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ กำหนดแนวทางปฏิบัติราชการ มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน โดยยึดประชาชนเป็น ศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของ ประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อ งานบริการมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในการให้บริการ ไม่มี ขั้นตอนปฏิบัติงานเกินความจาเป็น มีการ ปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อสถานการณ์ ประชาชนได้รับการ อำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความ ต้องการ และมีการประเมินผลการให้บริการ สม่ำเสมอ ประกอบกับหนังสืออำเภอปราสาท ด่วนที่สุด ที่ สร 0023.14/ว 754 ลงวัน ที่ 14 สิงหาคม 2558 เรื่อง การประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการประเมิน คุณธรรมและความโปร่ง ใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น Integrity and Transparency Assessment (ITA) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ได้แจ้งว่า สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น Integrity andTransparencyAssessmenz (ITA) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 โดยทางสานักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเสนอการบูรณาการเครื่องมือการประเมินคุณธรรมการดำเนินงาน (Integrity Assessment) และดัชนีวัดความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐของสานักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และตามประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๖/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เรื่องการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานระดับจังหวัด และให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกองค์กร จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมท้องถิ่น โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อยู่ภายใต้กำกับดูแลของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคลองท่อม และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ จัดตั้งเพื่อเป็นศูนย์ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษารับเรื่องปัญหาความต้องการ และ ข้อเสนอแนะของประชาชน จึงได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานด้านการร้องเรียน/ร้องทุกข์(เรื่องร้องเรียนทั่วไปและเรื่องร้องเรียน การจัดซื้อจัดจ้าง) ขององค์การบริหารส่วนห้วยยาง เพื่อเป็นกรอบหรือแนวทางในการปฏิบัติงาน 2. วัตถุประสงค์การจัดทำคู่มือ 1. เพื่อให้เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในการรับ เรื่องราวร้องเรียน ร้องทุกข์ หรือขอความช่วยเหลือให้มีมาตรฐานเดียวกันและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อให้การดำเนินงานจัดการข้อร้องเรียนของ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง มีขั้นตอน/ กระบวนการ และแนวทางในการปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน 3. เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่มุ่งไปสู่การบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ๔. เพื่อเผยแพร่ให้กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางทราบกระบวนการ ๕. เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนด ระเบียบหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการ ข้อร้องเรียน ที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ และมีประสิทธิภาพ -2- 4. ขอบเขต 1.กรณีเรื่องร้องเรียนทั่วไป 1.1. สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ขอรับบริการถึงความประสงค์ของการขอรับบริการ 1.2. ดำเนินการบันทึกข้อมูลของผู้ขอรับบริการ เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลของผู้ขอรับบริการจากศูนย์บริการ 1.3. แยกประเภทงานบริการตามความประสงค์ของผู้ขอรับบริการ เช่น ปรึกษากฎหมาย, ขออนุมัติ/อนุญาต, ขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนเรื่องร้องเรียนจัดซื้อจัดจ้าง 1.4. ดำเนินการให้คำปรึกษาตามประเภทงานบริการเพื่อตอบสนองความประสงค์ของผู้ขอรับบริการ 1.5. เจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อตอบสนองความประสงค์ของผู้ขอรับบริการ กรณีข้อร้องเรียนทั่วไปเจ้าหน้าทีผู้รับผิดชอบ/ที่ปรึกษากฎหมายจะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบเมื่อให้คำปรึกษาเรียบร้อยแล้วเรื่องที่ขอรับบริการถือว่ายุติ - กรณีขออนุมัติ/อนุญาต เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบ และดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้ หัวหน้าสานักงานปลัด หรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เป็นผู้พิจารณาส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ภายใน 1-2 วัน - กรณีขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลฯจะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้ และหัวหน้าหน่วยงาน เป็นผู้พิจารณาส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปภายใน 1-2 วัน - กรณีขออนุมัติ/อนุญาต, ขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแสให้ผู้ขอรับการบริการรอการติดต่อกลับหรือสามารถติดตามเรื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากไม่ได้รับการติดต่อกลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน ให้ติดต่อกลับที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง โทรศัพท์075 699653 2. กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง 2.1 สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ขอรับบริการถึงความประสงค์ของการขอรับบริการ 2.2 ดำเนินการบันทึกข้อมูลของผู้ขอรับบริการ เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลของผู้ขอรับบริการจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ 2.3 แยกประเภทงานร้องเรียนเรื่องร้องเรียนจัดซื้อจัดจ้างให้กับผู้อำนวยการกองคลัง เพื่อเสนอเรื่องให้กับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พิจารณาความเห็น - กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับจัดซื้อจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ/ที่ปรึกษากฎหมายจะให้ ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบเมื่อให้คำปรึกษาเรียบร้อยแล้วเรื่องที่ขอรับบริการถือว่ายุติ - กรณีขอร้องเรียน/ร้องทุกข์ /แจ้งเบาะแส เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลฯ จะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้ และหัวหน้าหน่วยงาน เป็นผู้พิจารณาส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ภายใน 1-2 วัน -3- - กรณี ขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแส เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ให้ผู้ขอรับการบริการ รอการติดต่อกลับหรือสามารถติดตามเรื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากไม่ได้รับการติดต่อกลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน ให้ติดต่อกลับที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง โทรศัพท์075 699654 5. สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ๕๓๗ หมู่ที่ ๔ บ้านนาคำ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 6. หน้าที่ความรับผิดชอบ เป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษารับเรื่องปัญหาความต้องการ และข้อเสนอแนะของประชาชน บทที่ 2 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน คำจำกัดความผู้รับบริการ หมายถึง ผู้ที่มารับบริการจากส่วนราชการและประชาชนทั่วไป - ผู้รับบริการ ประกอบด้วย - หน่วยงานของรัฐ*/เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ/เอกชน /หรือบุคคล/นิติบุคคล * หน่วยงานของรัฐ ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรมหรือส่วนราชการที่เรียกชื่อ อย่างอื่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และให้หมายความรวมถึง องค์กรอิสระ องค์การมหาชน หน่วยงานในกากับของรัฐและหน่วยงานอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ** เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวและผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะ เป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด รวมทั้งผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งและถูกสั่งให้ปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรัฐ - บุคคล/หน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ - ผู้ให้บริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ - ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย - ผู้ค้ากับหน่วยงานของรัฐ - ผู้มีสิทธิรับเงินจากทางราชการที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหมายถึง ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางบวกและทางลบ ทั้งทางตรงและ ทางอ้อมจากการดำเนินการของส่วนราชการ เช่น ประชาชนใน ชุมชน/ หมู่บ้านเขตตำบลห้วยยาง การจัดการข้อร้องเรียน หมายถึง มีความหมายครอบคลุมถึงการจัดการในเรื่อง ข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น/คำชมเชย/การสอบถามหรือร้องขอข้อมูล ผู้ร้องเรียนหมายถึง ประชาชนทั่วไป / ผู้มีส่วนได้เสียที่มาติดต่อยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางผ่านช่องทางต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ ครอบคลุมการร้องเรียน/การให้ข้อเสนอแนะ/การให้ข้อคิดเห็น/การ ชมเชย/ การร้องขอข้อมูล ช่องทางการรับข้อร้องเรียนหมายถึง ช่องทางต่างๆ ที่ใช้ในการรับเรื่องร้องเรียนเช่น ติดต่อด้วยตนเอง ร้องเรียน ทางโทรศัพท์/ เว็บไซต์/ Face Book/ เจ้าหน้าที่หมายถึง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจัดการข้อร้องเรียนของหน่วยงาน ข้อร้องเรียนแบ่งเป็นประเภท 2 ประเภทคือ เช่น ๑.ข้อร้องเรียนทั่วไป เช่น เรื่องราวร้องทุกข์ทั่วไปข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ -6- คำชมเชย สอบถามหรือร้องขอข้อมูล การร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพและการ ให้บริการของหน่วยงาน ๒. การร้องเรียนเกี่ยวความไม่โปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น คำร้องเรียนหมายถึง คำหรือข้อความที่ผู้ร้องเรียนกรอกตามแบบฟอร์มที่ศูนย์รับเรื่อง ร้องเรียน/ร้องทุกข์ หรือระบบการรับคำร้องเรียนเอง มีแหล่งที่สามารถ ตอบสนอง หรือมีรายละเอียดอย่างชัดเจนหรือมีนัยสำคัญที่เชื่อถือได้ การดำเนินการเรื่องร้องเรียน หมายถึง เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ที่ได้รับ ผ่านช่องทางการร้องเรียนต่างๆ มาเพื่อทราบ หรือพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ การจัดการเรื่องร้องเรียน หมายถึง กระบวนการที่ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาตามเรื่องร้องเรียนที่ ได้รับให้ได้รับการแก้ไข หรือบรรเทาความเดือดร้อนจากการดำเนินงาน ช่องทางการร้องเรียน 2.1 ผ่านทางสำนักงานปลัด 1) Banner รับเรื่องร้องเรียนผ่านหน้า www.huayyangsakon.go.th 2) ร้องเรียนผ่านตู้ /กล่องรับความความคิดเห็น (จดหมาย/บัตรสนเท่ห์/เอกสาร) 3) ไปรษณีย์ปกติ (จดหมาย/บัตรสนเท่ห์/เอกสาร) 4) ยื่นโดยตรง (จดหมาย/บัตรสนเท่ห์/เอกสาร) 5) ร้องเรียนด้วยตนเอง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง 6) โทรศัพท์ ๐๔๒-๑๖๓๑๖๗ 7) ร้องเรียนทาง Face book อบต.ห้วยยาง บทที่ 3 ๑.ร้องเรียนด้วยตนเอง ๒.ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ อบต.ห้วยยาง รับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริ ๓. ร้องเรียนทางโทรศัพท์ ๔.ร้องเรียนทาง Face book ๕.ร้องเรียนกล่องรับความคิดเห็น แจ้งผลให้ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน อบต.ห้วยยาง ทราบ (๑๕วัน ) ยุติ ไม่ยุติ ยุติเรื่องแจ้งผู้ร้องเรียน ร้องทุกข์ทราบ ไม่ยุติแจ้งเรื่องผู้ ร้องเรียน ร้องทุกข์ ทราบ สิ้นสุดการดำเนินการรายงานผล ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทราบ บทที่ 4 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบจัดการข้อร้องเรียนของหน่วยงาน 1 จัดตั้งศูนย์/จุดรับข้อร้องเรียนของหน่วยงาน 2 จัดทาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ 3 แจ้งผู้รับผิดชอบตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ทราบ เพื่อความสะดวกในการ ประสานงาน การรับและตรวจสอบข้อร้องเรียนจากช่องทางต่างๆ ดำเนินการรับและติดตามตรวจสอบข้อร้องเรียนที่เข้ามายังหน่วยงานจากช่องทางต่างๆโดยมีข้อปฏิบัติตามที่กำหนด ดังนี้ ช่องทาง ร้องเรียนด้วยตนเอง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ องค์การบริหาร ส่วนตำบลห้วยยาง ร้องเรียนทางโทรศัพท์ ๐๔๒-๑๖๓๑๖๗ ร้องเรียนทาง Face book ร้องเรียนกล่องรับฟังความคิดเห็น ความถี่ในการ ตรวจสอบ ช่องทาง ทุกครั้งที่มี ผู้ร้องเรียน ทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ ทุกวัน ทุกวัน ระยะเวลาดำเนินการ รับข้อร้องเรียนเพื่อ ประสานหาทางแก้ไข ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ หมายเหตุ - - - -9- ภาคผนวก -10- แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน(ด้วยตนเอง) (แบบคำร้องเรียน๑) ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วันที่.........เดือน.......................... พ.ศ. ........ เรื่อง ............................................................................................................................................... เรียน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ข้าพเจ้า............................................... อายุ..............ปี อยู่บ้านเลขที่.................... หมูที่...................................... ตำบล.................................... อำเภอ…………......................... จังหวัด............................ โทรศัพท์.................................................. อาชีพ.................................................................ตำแหน่ง......................................................................... ถือบัตร........................................................................เลขที่..................................................................................................................... ออกโดย............................................วันออกบัตร...........................................บัตรหมดอายุ..................................................................... มีความประสงค์ขอร้องทุกข์/ร้องเรียน เพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง พิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ หรือแก้ไขปัญหาในเรื่อง………......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอรับรองว่าคำร้องทุกข์/ร้องเรียนตามข้างต้นเป็นจริง และยินดีรับผิดชอบทั้ง ทางแพ่งและทางอาญาหากจะพึงมี โดยข้าพเจ้าขอส่งเอกสารหลักฐานประกอบการร้องทุกข์/ร้องเรียน (ถ้ามี) ได้แก่ ๑) ............................................................................................................................. จำนวน............ชุด ๒) ............................................................................................................................. จำนวน............ชุด ๓) .............................................................................................................................. จำนวน............ชุด ๔) .............................................................................................................................. จำนวน............ชุด จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอแสดงความนับถือ (ลงชื่อ) ................................................ (............................................) ผู้ร้องทุกข์/ร้องเรียน -11- แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน(โทรศัพท์) (แบบคำร้องเรียน.๒) ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วันที่.........เดือน.......................... พ.ศ. ........ เรื่อง ............................................................................................................................. .................. เรียน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ข้าพเจ้า............................................... อายุ.........ปี อยู่บ้านเลขที่...................... หมู่ที่……………………………...... ถนน................................ตำบล........................ อำเภอ........................... จังหวัด............................. โทรศัพท์……………… ..................................อาชีพ............................................ตำแหน่ง................................................................ มีความประสงค์ขอร้องทุกข์/ร้องเรียน เพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ หรือแก้ไขปัญหาในเรื่อง………................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... โดยขออ้าง................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ .....................................................................................................เป็นพยานหลักฐานประกอบ ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอรับรองว่าคำร้องทุกข์/ร้องเรียนตามข้างต้นเป็นจริง และ จนท.ได้แจ้งให้ ข้าพเจ้าทราบแล้วว่าหากเป็นคำร้องที่ไม่สุจริตอาจต้องรับผิดตามกฎหมายได้ ลงชื่อ…………………………………… จนท.ผู้รับเรื่อง (...........................................) วันที่...............เดือน.........................พ.ศ............... เวลา............................... ../add_file/คำนำ จัดทำโดย องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร คู่มือปฏิบัติงานด้านการร้องเรียน/ร้องทุกข์(เรื่องร้องเรียนทั่วไปและเรื่องร้องเรียนการจัดซื้อจัดจ้าง) ขององค์การบริหารส่วนห้วยยางจัดทำขึ้น เพื่อเป็นกรอบหรือแนวทางในการปฏิบัติงานด้านรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ทั้งในเรื่องร้องเรียนทั่วไปและร้องเรียนด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ตอบสนองนโยบายของรัฐ ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ กำหนดแนวทางปฏิบัติราชการ มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนโดยยึดประชาชนเป็น ศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของ ประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่องานบริการมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในการให้บริการ ไม่มี ขั้นตอนปฏิบัติงานเกินความจาเป็น มีการปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อสถานการณ์ ประชาชนได้รับการ อานวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความต้องการ และมีการประเมินผลการให้บริการ สม่ำเสมอ ทั้งนี้การจัดการข้อร้องเรียนจนได้ข้อยุติ ให้มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อ ตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้รับบริการจาเป็นต้องมีขั้นตอน/กระบวนการ และ แนวทางในการปฏิบัติงานที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน คณะกรรมการจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง สารบัญ เรื่อง คำนำ สารบัญ บทที่ 1 บทนำ หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์การจัดทำคู่มือ การจัดตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนเรื่องราวองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ขอบเขต 1.กรณีเรื่องร้องเรียนทั่วไป 2. กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง สถานที่ตั้ง หน้าที่ความรับผิดชอบ บทที่ 2 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน คำจำกัดความ ช่องทางการร้องเรียน บทที่ 3 แผนผังกระบวนการจัดการเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ บทที่ 4 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน ภาคผนวก แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน (ด้วยตนเอง) (แบบคำร้องเรียน๑) แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน (โทรศัพท์) (แบบคำร้องเรียน.๒) แบบแจ้งการรับเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียน (ตอบข้อร้องเรียน 1) แบบแจ้งผลการดำเนินการต่อเรื่องร้องทุกข์/ร้องเรียน (ตอบข้อร้องเรียน 2) หน้า ก ข 1 1 1 1 2 2 2 3 3 4 4 6 7 8 9 10 11 12 13 บทที่ 1 บทนำ 1. หลักการและเหตุผล ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้ กำหนดแนวทางปฏิบัติราชการ มุ่งให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชน โดยยึดประชาชนเป็น ศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ให้เกิดความผาสุกและความเป็นอยู่ที่ดีของ ประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อ งานบริการมีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในการให้บริการ ไม่มี ขั้นตอนปฏิบัติงานเกินความจาเป็น มีการ ปรับปรุงภารกิจให้ทันต่อสถานการณ์ ประชาชนได้รับการ อำนวยความสะดวกและได้รับการตอบสนองความ ต้องการ และมีการประเมินผลการให้บริการ สม่ำเสมอ ประกอบกับหนังสืออำเภอปราสาท ด่วนที่สุด ที่ สร 0023.14/ว 754 ลงวัน ที่ 14 สิงหาคม 2558 เรื่อง การประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการประเมิน คุณธรรมและความโปร่ง ใสในการดำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น Integrity and Transparency Assessment (ITA) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2558 ได้แจ้งว่า สานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น Integrity andTransparencyAssessmenz (ITA) ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 โดยทางสานักงานคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเสนอการบูรณาการเครื่องมือการประเมินคุณธรรมการดำเนินงาน (Integrity Assessment) และดัชนีวัดความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐของสานักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และตามประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๙๖/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เรื่องการจัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานระดับจังหวัด และให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกองค์กร จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมท้องถิ่น โดยให้ศูนย์ดำรงธรรมองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อยู่ภายใต้กำกับดูแลของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอคลองท่อม และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ จัดตั้งเพื่อเป็นศูนย์ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษารับเรื่องปัญหาความต้องการ และ ข้อเสนอแนะของประชาชน จึงได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานด้านการร้องเรียน/ร้องทุกข์(เรื่องร้องเรียนทั่วไปและเรื่องร้องเรียน การจัดซื้อจัดจ้าง) ขององค์การบริหารส่วนห้วยยาง เพื่อเป็นกรอบหรือแนวทางในการปฏิบัติงาน 2. วัตถุประสงค์การจัดทำคู่มือ 1. เพื่อให้เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานในการรับ เรื่องราวร้องเรียน ร้องทุกข์ หรือขอความช่วยเหลือให้มีมาตรฐานเดียวกันและเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2. เพื่อให้การดำเนินงานจัดการข้อร้องเรียนของ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง มีขั้นตอน/ กระบวนการ และแนวทางในการปฏิบัติงานเป็นมาตรฐานเดียวกัน 3. เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่มุ่งไปสู่การบริหารคุณภาพทั่วทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ๔. เพื่อเผยแพร่ให้กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางทราบกระบวนการ ๕. เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติตามข้อกำหนด ระเบียบหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดการ ข้อร้องเรียน ที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ และมีประสิทธิภาพ -2- 4. ขอบเขต 1.กรณีเรื่องร้องเรียนทั่วไป 1.1. สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ขอรับบริการถึงความประสงค์ของการขอรับบริการ 1.2. ดำเนินการบันทึกข้อมูลของผู้ขอรับบริการ เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลของผู้ขอรับบริการจากศูนย์บริการ 1.3. แยกประเภทงานบริการตามความประสงค์ของผู้ขอรับบริการ เช่น ปรึกษากฎหมาย, ขออนุมัติ/อนุญาต, ขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแส หรือร้องเรียนเรื่องร้องเรียนจัดซื้อจัดจ้าง 1.4. ดำเนินการให้คำปรึกษาตามประเภทงานบริการเพื่อตอบสนองความประสงค์ของผู้ขอรับบริการ 1.5. เจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อตอบสนองความประสงค์ของผู้ขอรับบริการ กรณีข้อร้องเรียนทั่วไปเจ้าหน้าทีผู้รับผิดชอบ/ที่ปรึกษากฎหมายจะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบเมื่อให้คำปรึกษาเรียบร้อยแล้วเรื่องที่ขอรับบริการถือว่ายุติ - กรณีขออนุมัติ/อนุญาต เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบ และดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้ หัวหน้าสานักงานปลัด หรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบ เป็นผู้พิจารณาส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ภายใน 1-2 วัน - กรณีขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแส เจ้าหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลฯจะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบ และเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้ และหัวหน้าหน่วยงาน เป็นผู้พิจารณาส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปภายใน 1-2 วัน - กรณีขออนุมัติ/อนุญาต, ขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแสให้ผู้ขอรับการบริการรอการติดต่อกลับหรือสามารถติดตามเรื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากไม่ได้รับการติดต่อกลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน ให้ติดต่อกลับที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง โทรศัพท์075 699653 2. กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง 2.1 สอบถามข้อมูลเบื้องต้นจากผู้ขอรับบริการถึงความประสงค์ของการขอรับบริการ 2.2 ดำเนินการบันทึกข้อมูลของผู้ขอรับบริการ เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลของผู้ขอรับบริการจากเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ 2.3 แยกประเภทงานร้องเรียนเรื่องร้องเรียนจัดซื้อจัดจ้างให้กับผู้อำนวยการกองคลัง เพื่อเสนอเรื่องให้กับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น พิจารณาความเห็น - กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับจัดซื้อจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ/ที่ปรึกษากฎหมายจะให้ ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบเมื่อให้คำปรึกษาเรียบร้อยแล้วเรื่องที่ขอรับบริการถือว่ายุติ - กรณีขอร้องเรียน/ร้องทุกข์ /แจ้งเบาะแส เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลฯ จะให้ข้อมูลกับผู้ขอรับบริการในเรื่องที่ผู้ขอรับบริการต้องการทราบและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ จะดำเนินการรับเรื่องดังกล่าวไว้ และหัวหน้าหน่วยงาน เป็นผู้พิจารณาส่งต่อให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ภายใน 1-2 วัน -3- - กรณี ขอร้องเรียน/ร้องทุกข์/แจ้งเบาะแส เรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ให้ผู้ขอรับการบริการ รอการติดต่อกลับหรือสามารถติดตามเรื่องกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากไม่ได้รับการติดต่อกลับจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน ให้ติดต่อกลับที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง โทรศัพท์075 699654 5. สถานที่ตั้ง ตั้งอยู่ ณ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ๕๓๗ หมู่ที่ ๔ บ้านนาคำ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร 6. หน้าที่ความรับผิดชอบ เป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ และให้บริการข้อมูลข่าวสาร ให้คำปรึกษารับเรื่องปัญหาความต้องการ และข้อเสนอแนะของประชาชน บทที่ 2 ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน คำจำกัดความผู้รับบริการ หมายถึง ผู้ที่มารับบริการจากส่วนราชการและประชาชนทั่วไป - ผู้รับบริการ ประกอบด้วย - หน่วยงานของรัฐ*/เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ/เอกชน /หรือบุคคล/นิติบุคคล * หน่วยงานของรัฐ ได้แก่ กระทรวง ทบวง กรมหรือส่วนราชการที่เรียกชื่อ อย่างอื่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และให้หมายความรวมถึง องค์กรอิสระ องค์การมหาชน หน่วยงานในกากับของรัฐและหน่วยงานอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ** เจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวและผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้งในฐานะ เป็นกรรมการหรือฐานะอื่นใด รวมทั้งผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งและถูกสั่งให้ปฏิบัติงานให้แก่หน่วยงานของรัฐ - บุคคล/หน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ - ผู้ให้บริการตลาดกลางทางอิเล็กทรอนิกส์ - ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วย - ผู้ค้ากับหน่วยงานของรัฐ - ผู้มีสิทธิรับเงินจากทางราชการที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหมายถึง ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งทางบวกและทางลบ ทั้งทางตรงและ ทางอ้อมจากการดำเนินการของส่วนราชการ เช่น ประชาชนใน ชุมชน/ หมู่บ้านเขตตำบลห้วยยาง การจัดการข้อร้องเรียน หมายถึง มีความหมายครอบคลุมถึงการจัดการในเรื่อง ข้อร้องเรียน ข้อเสนอแนะ/ข้อคิดเห็น/คำชมเชย/การสอบถามหรือร้องขอข้อมูล ผู้ร้องเรียนหมายถึง ประชาชนทั่วไป / ผู้มีส่วนได้เสียที่มาติดต่อยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางผ่านช่องทางต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์ ครอบคลุมการร้องเรียน/การให้ข้อเสนอแนะ/การให้ข้อคิดเห็น/การ ชมเชย/ การร้องขอข้อมูล ช่องทางการรับข้อร้องเรียนหมายถึง ช่องทางต่างๆ ที่ใช้ในการรับเรื่องร้องเรียนเช่น ติดต่อด้วยตนเอง ร้องเรียน ทางโทรศัพท์/ เว็บไซต์/ Face Book/ เจ้าหน้าที่หมายถึง เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจัดการข้อร้องเรียนของหน่วยงาน ข้อร้องเรียนแบ่งเป็นประเภท 2 ประเภทคือ เช่น ๑.ข้อร้องเรียนทั่วไป เช่น เรื่องราวร้องทุกข์ทั่วไปข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ -6- คำชมเชย สอบถามหรือร้องขอข้อมูล การร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพและการ ให้บริการของหน่วยงาน ๒. การร้องเรียนเกี่ยวความไม่โปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น คำร้องเรียนหมายถึง คำหรือข้อความที่ผู้ร้องเรียนกรอกตามแบบฟอร์มที่ศูนย์รับเรื่อง ร้องเรียน/ร้องทุกข์ หรือระบบการรับคำร้องเรียนเอง มีแหล่งที่สามารถ ตอบสนอง หรือมีรายละเอียดอย่างชัดเจนหรือมีนัยสำคัญที่เชื่อถือได้ การดำเนินการเรื่องร้องเรียน หมายถึง เรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ที่ได้รับ ผ่านช่องทางการร้องเรียนต่างๆ มาเพื่อทราบ หรือพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ การจัดการเรื่องร้องเรียน หมายถึง กระบวนการที่ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาตามเรื่องร้องเรียนที่ ได้รับให้ได้รับการแก้ไข หรือบรรเทาความเดือดร้อนจากการดำเนินงาน ช่องทางการร้องเรียน 2.1 ผ่านทางสำนักงานปลัด 1) Banner รับเรื่องร้องเรียนผ่านหน้า www.huayyangsakon.go.th 2) ร้องเรียนผ่านตู้ /กล่องรับความความคิดเห็น (จดหมาย/บัตรสนเท่ห์/เอกสาร) 3) ไปรษณีย์ปกติ (จดหมาย/บัตรสนเท่ห์/เอกสาร) 4) ยื่นโดยตรง (จดหมาย/บัตรสนเท่ห์/เอกสาร) 5) ร้องเรียนด้วยตนเอง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง 6) โทรศัพท์ ๐๔๒-๑๖๓๑๖๗ 7) ร้องเรียนทาง Face book อบต.ห้วยยาง บทที่ 3 ๑.ร้องเรียนด้วยตนเอง ๒.ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ อบต.ห้วยยาง รับเรื่องร้องเรียน/ร้องทุกข์ ประสานหน่วยงานที่รับผิดชอบ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริ ๓. ร้องเรียนทางโทรศัพท์ ๔.ร้องเรียนทาง Face book ๕.ร้องเรียนกล่องรับความคิดเห็น แจ้งผลให้ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน อบต.ห้วยยาง ทราบ (๑๕วัน ) ยุติ ไม่ยุติ ยุติเรื่องแจ้งผู้ร้องเรียน ร้องทุกข์ทราบ ไม่ยุติแจ้งเรื่องผู้ ร้องเรียน ร้องทุกข์ ทราบ สิ้นสุดการดำเนินการรายงานผล ให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ทราบ บทที่ 4 ขั้นตอนการปฏิบัติงาน การแต่งตั้งผู้รับผิดชอบจัดการข้อร้องเรียนของหน่วยงาน 1 จัดตั้งศูนย์/จุดรับข้อร้องเรียนของหน่วยงาน 2 จัดทาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ 3 แจ้งผู้รับผิดชอบตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ทราบ เพื่อความสะดวกในการ ประสานงาน การรับและตรวจสอบข้อร้องเรียนจากช่องทางต่างๆ ดำเนินการรับและติดตามตรวจสอบข้อร้องเรียนที่เข้ามายังหน่วยงานจากช่องทางต่างๆโดยมีข้อปฏิบัติตามที่กำหนด ดังนี้ ช่องทาง ร้องเรียนด้วยตนเอง ณ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ องค์การบริหาร ส่วนตำบลห้วยยาง ร้องเรียนทางโทรศัพท์ ๐๔๒-๑๖๓๑๖๗ ร้องเรียนทาง Face book ร้องเรียนกล่องรับฟังความคิดเห็น ความถี่ในการ ตรวจสอบ ช่องทาง ทุกครั้งที่มี ผู้ร้องเรียน ทุกวัน เว้นวันหยุดราชการ ทุกวัน ทุกวัน ระยะเวลาดำเนินการ รับข้อร้องเรียนเพื่อ ประสานหาทางแก้ไข ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ ภายใน ๑-2 วันทำการ หมายเหตุ - - - -9- ภาคผนวก -10- แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน(ด้วยตนเอง) (แบบคำร้องเรียน๑) ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วันที่.........เดือน.......................... พ.ศ. ........ เรื่อง ............................................................................................................................................... เรียน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ข้าพเจ้า............................................... อายุ..............ปี อยู่บ้านเลขที่.................... หมูที่...................................... ตำบล.................................... อำเภอ…………......................... จังหวัด............................ โทรศัพท์.................................................. อาชีพ.................................................................ตำแหน่ง......................................................................... ถือบัตร........................................................................เลขที่..................................................................................................................... ออกโดย............................................วันออกบัตร...........................................บัตรหมดอายุ..................................................................... มีความประสงค์ขอร้องทุกข์/ร้องเรียน เพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง พิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ หรือแก้ไขปัญหาในเรื่อง………......................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอรับรองว่าคำร้องทุกข์/ร้องเรียนตามข้างต้นเป็นจริง และยินดีรับผิดชอบทั้ง ทางแพ่งและทางอาญาหากจะพึงมี โดยข้าพเจ้าขอส่งเอกสารหลักฐานประกอบการร้องทุกข์/ร้องเรียน (ถ้ามี) ได้แก่ ๑) ............................................................................................................................. จำนวน............ชุด ๒) ............................................................................................................................. จำนวน............ชุด ๓) .............................................................................................................................. จำนวน............ชุด ๔) .............................................................................................................................. จำนวน............ชุด จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอแสดงความนับถือ (ลงชื่อ) ................................................ (............................................) ผู้ร้องทุกข์/ร้องเรียน -11- แบบคำร้องทุกข์/ร้องเรียน(โทรศัพท์) (แบบคำร้องเรียน.๒) ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วันที่.........เดือน.......................... พ.ศ. ........ เรื่อง ............................................................................................................................. .................. เรียน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ข้าพเจ้า............................................... อายุ.........ปี อยู่บ้านเลขที่...................... หมู่ที่……………………………...... ถนน................................ตำบล........................ อำเภอ........................... จังหวัด............................. โทรศัพท์……………… ..................................อาชีพ............................................ตำแหน่ง................................................................ มีความประสงค์ขอร้องทุกข์/ร้องเรียน เพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ หรือแก้ไขปัญหาในเรื่อง………................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ..................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................... โดยขออ้าง................................................................................................................................................................. ........................................................................................................................................................................ ........................................................................................................................................................................ .....................................................................................................เป็นพยานหลักฐานประกอบ ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอรับรองว่าคำร้องทุกข์/ร้องเรียนตามข้างต้นเป็นจริง และ จนท.ได้แจ้งให้ ข้าพเจ้าทราบแล้วว่าหากเป็นคำร้องที่ไม่สุจริตอาจต้องรับผิดตามกฎหมายได้ ลงชื่อ…………………………………… จนท.ผู้รับเรื่อง (...........................................) วันที่...............เดือน.........................พ.ศ............... เวลา...............................
ชื่อไฟล์ : รายงานสรุปผลการดำเนินการ โครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ หน่วยงาน งานการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการอบรมและศึกษาดูงาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ หลักการและเหตุผล องค์การบริหารส่วนตำบล ถือเป็นหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ให้บริการสาธารณะ แก่ประชาชนในหลายด้าน และมีภารกิจหลากหลายทั้งภารกิจตามกฎหมายจัดตั้ง และภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนจากหน่วยงานราชการอื่น การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลจึงต้องอาศัยบุคลากรในฝ่ายต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสนองความต้องการและให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการพัฒนาบุคลากร จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของท้องถิ่น เนื่องจากสังคมในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเกิดสิ่งใหม่หรือนวัตกรรมใหม่อยู่เสมอ ตลอดจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั้งในมิติของท้องถิ่นเอง หรือแม้กระทั่งระดับประเทศ เช่น การเกิดกลุ่มประชาคมอาเซียน เป็นต้น การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การปรับปรุงแนวคิด กระบวนทัศน์ ในการพัฒนาท้องถิ่นสำหรับ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้าง ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนกลุ่มองค์กรในตำบล และข้าราชการในเขตพื้นที่ตำบลห้วยยาง ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านเทคนิควิธีการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นของตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานนอกสถานที่ เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากร ในการเปิดโลกทัศน์ ปรับแนวความคิด ทัศนคติ ให้มีความพร้อมในการที่จะรับประสบการณ์ใหม่นำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จึงได้จัดทำโครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้น เพื่อให้บุคลากรได้เรียนรู้ระเบียบวิธีเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตลอดจนเทคนิควิธีการปฏิบัติงานใหม่ ๆ แนวความคิดทฤษฎีใหม่ที่จะสามารถนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของงาน อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพประสิทธิผลในการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งจะส่งผลต่อการให้บริการประชาชนให้เกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุดต่อไป วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่อง การบริหารจัดการภาครัฐ แนวใหม่ หลักธรรมาภิบาล และความโปร่งใสภาครัฐ คุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงาน ตลอดจนได้เรียนรู้ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๒.๒ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ได้รับประสบการณ์ เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดความเห็นจากการศึกษาดูงานนอกสถานที่ ๒.๓ เพื่อสร้างความพร้อมให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้สามารถปรับตัวตามกระแสของภาคสังคม นโยบายของรัฐบาล ๒.๔ เพื่อพัฒนาทักษะ แนวคิดวิธีการในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง ต่อองค์กรและต่อประชาชนผู้รับบริการ เป้าหมาย ๓.๑ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน ๒๐ คน ๓.๒ คณะผู้บริหาร จำนวน ๑ คน ๓.๓ พนักงานส่วนตำบล จำนวน ๒๕ คน ๓.๔ พนักงานจ้าง จำนวน ๓๓ คน ๓.๕ ครู (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก) จำนวน ๑๑ คน ๓.๖ ผู้นำชุมชน/กลุ่มองค์กรในตำบล จำนวน ๑๐ คน รวม จำนวน ๑๐๐ คน วิธีดำเนินการ ๔.๑ จัดอบรมสัมมนาโดยใช้เทคนิคการฝึกอบรมรูปแบบต่างๆ เช่น การรับฟังบรรยาย การระดมสมอง การร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนการซักถามปัญหาต่าง ๆ จากผู้มีความรู้และประสบการณ์ ๔.๒ ทัศนศึกษาดูงานนอกสถานที่ ณ จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดเลย ๔.๓ ประเมินผลโครงการ โดยใช้วิธีการสังเกตจากพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาหลังจากเข้าร่วมโครงการ ระยะเวลาและสถานที่ดำเนินการ ๕.๑ ดำเนินการตามโครงการ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ ๕.๒ ฝึกอบรม ระหว่างวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ๕.๓ ศึกษาดูงานนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ รายละเอียดตามกำหนดการแนบท้าย งบประมาณ งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท(สี่แสนบาทถ้วน) ผู้รับผิดชอบโครงการ สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วันอบรม (วันอังคาร ที่ ๑๑ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑) เวลา ๐๘.๐๐ - ๐๘.๓๐ น. ผู้เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนรับเอกสาร เวลา ๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. พิธีเปิดการอบรมโดย นายรำลึก อิงเอนุ ตำแหน่ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ว่าที่ร้อยตรี เกรียงศักดิ์ ชูกลิ่น หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร วิทยากรบรรยายในหัวข้อ “การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่และหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน” ผู้เข้าอบรมได้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายที่จำเป็นหลักธรรมาภิบาลและการบริหารงานด้วยความโปร่งใส โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ หลักการสำคัญที่สุดในการดำเนินการจัดการความรู้ คือ ต้องดำเนินการอย่างง่ายที่สุด ไม่เน้นการใช้เครื่องมือหรูหราหรือยุ่งยาก เริ่มจากกิจกรรมดี ๆ เช่น best practice กิจกรรมกลุ่มสร้างสรรค์ในงานประจำที่มีอยู่แล้วภายในหน่วยงานหรือองค์กร นำมาจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิช่วยกระตุ้นและมีการตั้งคำถาม เพื่อให้กลุ่มงานมีการนำเสนอกิจกรรมของตนอย่างมีชีวิตชีวา และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทรงพลัง เช่น ๑) มีใครหรือเหตุการณ์ใดที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนางานจนเกิด best practice อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในช่วงเวลาของการพัฒนาดังกล่าว ใครบ้างเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมอย่างไร เกิดกระบวนการอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ ความยากลำบากที่ต้องเผชิญคืออะไรบ้าง ได้เอาชนะอุปสรรคนั้นอย่างไร ๒) มีการใช้ความรู้อะไรบ้างในการดำเนินกิจกรรม/ ดำเนินงาน และได้ความรู้เหล่านั้นมาจากไหน ๓) มีแผนจะทำให้ดียิ่งขึ้นอย่างไร ต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง ๔) คิดว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่น่าจะเรียนรู้จากกิจกรรมของกลุ่มของท่านได้ ๕) มีความรู้อะไรบ้างที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานอื่นภายในองค์กร กล่าวโดยสรุป การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือที่ผู้บริหารองค์การนำมาใช้การบริหารหน่วยงานให้เป็นไปตามรูปแบบการบริหารราชการแนวใหม่ เพื่อให้หน่วยงานเกิดการพัฒนาความรู้ควบคู่กับการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารจัดการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดผลสำเร็จหน่วยงานต้องดำเนินการ ดังนี้ ๑. ต้องร่วมมือกันบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้น หมายถึง ทุกภาคในสังคม ได้แก่ ภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน ต้องร่วมมือกันบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้นๆ ไป ๒. ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หมายถึง การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญ คือ ผู้นำและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องเข้าใจมีจิตสำนึก เห็นความจำเป็นและความสำคัญของการดำเนินการในเรื่องนี้ ๓. หลักการและวิธีการใช้อำนาจ หมายถึง กระบวนการสร้าง การบริหารกิจการบ้านเมือง และสังคมที่ดีในสังคมใดๆ ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้อำนาจ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ผู้ใช้อำนาจและผู้ถูกใช้อำนาจหากทั้งสองผ่ายพอใจในวิธีการบริหารกินการบ้านเมืองและสังคม ย่อมหมายความว่า สังคมนั้นมีการบริหารจัดการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ๔. ดำเนินการให้เป็นไปตามองค์ประกอบ องค์ประกอบการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมือง และสังคมที่ดีมี ๔ ประการ คือ · ความเชื่อของผู้มีอำนาจว่าอำนาจสามารถแบ่งปันได้ · กลไกการแบ่งปันอำนาจ · กลไกการคานอำนาจ · ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจและการคานอำนาจ หลักธรรมาภิบาลจึงถือเป็นหลักพื้นฐานในการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาในการบริหารจัดการเพราะจะช่วยให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทำให้พนักงานทุกคนมีความสุขในการทำงาน และยังช่วยสร้างขวัญและกำลังใจที่ดี พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามที่ตนได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งจะส่งผลดีโดยรวมกับการดำเนินงานให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้อีกในอนาคต หลักธรรมาภิบาลมีประโยชน์ต่อภาครัฐ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๔.๓๐ น. นายธวัชชัย พรมดี ตำแหน่ง ท้องถิ่นอำเภอเมืองสกลนคร มาเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อเรื่อง “การสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงาน” ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ การสอน "คุณธรรม/จริยธรรม" เป็นความต้องการที่คนรุ่นหนึ่งจะชี้นำคนอีกรุ่นหนึ่ง โดยผู้สอนมีความเชื่อว่าประสบการณ์ของตนอาจสร้างความเข้าใจเรื่อง คุณธรรม/จริยธรรม (หรือความดี ความถูกต้อง ความเหมาะสม) อย่างถ่องแท้ในระดับหนึ่ง และต้องการให้ เยาวชนเชื่อ ดีและเหมาะสมกับเยาวชน การยึดหลักคุณธรรม/จริยธรรม ทำให้มนุษย์มีความสุข ความสวย และความงาม โดยที่ความสุขนั้นควรเป็นความสุขแบบเรียบง่ายและยั่งยืน คุณสมบัติอันเป็นความพร้อมที่จะพัฒนา จริยธรรมของบุคคลประกอบด้วย ๑. ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของชีวิตและหลัก จริยธรรม ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้มาตั้งแต่วัยต้นของชีวิตจากการเลี้ยงดู การศึกษาอบรม และจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยอาจเป็นในวิถีทางที่ต่างกัน ซึ่งเป็นผลให้บุคคลมีพัฒนาการทางจริยธรรมต่างกัน จากกฎเกณฑ์การตัดสินที่ต่างกัน ๒. ความใฝ่ธรรม มนุษย์มีธรรมชาติ ของการ แสวงหาความถูกต้องเป็นธรรมหรือความดีงามตั้งแต่วัยทารก คุณสมบัตินี้ทำให้บุคคลนิยมคนดี ชอบสังคมที่มีคุณธรรมจริยธรรม ต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี อย่างไรก็ตามประสบการณ์ในชีวิตจากการเลี้ยงดูและเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมคุณธรรม เป็นปัจจัยสำคัญให้บุคคลพร้อมที่จะพัฒนาตนเองให้มีจริยธรรมสูงกว่า ๓. ความรู้จักตนเองของบุคคลนั้น ความรู้จักตนเองของบุคคล คือ สร้างความสามารถในการพิจารณาให้รู้อิทธิพลของความดีและความไม่ดีของตนให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้บุคคลสามารถเสริมสร้างความดีของตนให้มีพลังเข็มแข็ง ในลักษณะที่ตนเองและสังคมยอมรับได้ ความรู้จักตนเองนี้จะทำให้บุคคลมีความมั่นใจ มีพลังและพร้อมที่จะขจัดความไม่ดีของตนและพัฒนาตนเองอย่างถูกต้องดีขึ้น วิถีทางพัฒนาจริยธรรม ๑. การศึกษาเรียนรู้ กระทำได้หลายวิธี ดังนี้ ๑.๑ การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยการหาความ รู้จากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาศาสนา วรรณคดีที่มีคุณค่า หนังสือเกี่ยวกับจริยธรรมทั่วไปและ จริยธรรมวิชาชีพ ๑.๒ การเข้าร่วมประชุมสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม และการคบหาบัณฑิตผู้ใส่ใจด้าน จริยธรรม ๑.๓ การเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตและจากประสบการณ์ในสถานที่ปฏิบัติงาน ประสบการณ์จริงเป็นโอกาสอันประเสริฐในการเรียนรู้จริยธรรมแห่งชีวิต ที่ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งทั้งด้านเจตคติและทักษะการแก้ปัญหาเชิง จริยธรรม อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความพร้อมของบุคคล ผู้มีความพร้อมน้อยอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากการเรียนรู้อันมีค่านี้เลย ๒. การวิเคราะห์ตนเอง บุคคลผู้มีความพร้อมจะพัฒนามีความตั้งใจและเห็นความสำคัญของการวิเคราะห์ตนเองเพื่อทำความรู้จักในตัวตนเอง ด้วยการพิจารณาเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมการแสดงออกของตนเอง จะช่วยให้บุคคลตระหนักรู้คุณลักษณะของตนเอง รู้จุดดีจุดด้อยของตน รู้ว่าควรคงลักษณะใดไว้ การวิเคราะห์ตนเอง กระทำได้ด้วยหลักการต่อไปนี้ ๒.๑ การรับฟังความคิดเห็นเชิงวิพากษ์จากคำพูดและอากัปกิริยาจากบุคคลรอบข้าง เช่น จากผู้บังคับบัญชา จากเพื่อนร่วมงาน จากผู้ใกล้ชิดหรือบุคคลในครอบครัว ๒.๒ วิเคราะห์ตนเองเกี่ยวกับความคิด ความต้องการเจตคติการกระทำ และผลการ กระทำทั้งในอดีตและปัจจุบัน ๒.๓ ค้นหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่างๆ เช่น จากตำรา บทความ รายงานการวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์หรือศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาตนอย่างถ่องแท้ ๒.๔ เข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาจิตใจ (จิตใจและพฤติกรรมมนุษย์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้เช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลายในโลก) ทำให้จิตใจได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดปัญญารับรู้ตนเองอย่างลึกซึ้งและแท้จริง ๓. การฝึกตน เป็นวิธีการพัฒนาด้าน คุณธรรมจริยธรรมด้วย ตนเองขั้นสูงสุด เพราะเป็นการพัฒนาความสามารถของบุคคล ในการ ควบคุมการประพฤติปฏิบัติของตนให้อยู่ในกรอบของพฤติกรรมที่พึงปรารถนาของสังคม ทั้งในสภาพการณ์ปกติและเมื่อเผชิญปัญหาหรือขัดแย้ง การฝึกตน เป็นวิธีการพัฒนาด้าน คุณธรรม จริยธรรมด้วยตนเองขั้นสูงสุด เพราะเป็นการพัฒนาความสามารถของบุคคล ในการควบคุมการประพฤติปฏิบัติของตนให้อยู่ในกรอบของพฤติกรรมที่พึงปรารถนาของสังคม ทั้งในสภาพการณ์ปกติและเมื่อเผชิญปัญหาหรือขัดแย้ง ๓.๑ การฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน เช่น ความขยันหมั่นเพียร การพึ่งตนเอง ความตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบ การรู้จักประหยัดและออม ความซื่อสัตย์ ความมี สัมมาคารวะ ความรักชาติฯ ๓.๒ การรักษาศีลตามความเชื่อในศาสนาของตน ศีลเป็นตัวกำหนดที่จะทำให้งดเว้นในการที่จะกระทำชั่วร้ายใด ๆ อยู่ในจิตใจ ส่งผลให้บุคคลมีพลังจิตที่เข้มแข็งรู้เท่าทันความคิดสามารถควบคุมตนได้ ๓.๓ การทำสมาธิ เป็นการฝึกให้เกิดการตั้งมั่นของจิตใจทำให้เกิดภาวะมีอารมณ์หนึ่งเดียวของกุศลจิต เป็นจิตใจที่สงบผ่องใสบริสุทธิ์เป็นจิตที่เข้มแข็ง มั่นคง แน่วแน่ ทำให้เกิดปัญญาสามารถพิจารณาเห็นทุกอย่างตรงสภาพความเป็นจริง ๓.๔ ฝึกการเป็นผู้ให้ เช่น การรู้จัก ให้อภัย รู้จักแบ่งปันความรู้ ความดีความชอบ บริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์ อุทิศแรงกายแรงใจช่วยงานสาธารณะประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ สรุปได้ว่า การพัฒนาจริยธรรมด้วยวิธีพัฒนาตนเองตามขั้นตอนดังกล่าว เป็นธรรมภาระที่บุคคลสามารถปฏิบัติได้ควบคู่กับการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่มิใช่เป็นการกระทำในลักษณะเสร็จสิ้น ต้องกระทำอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย เพราะจิตใจของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เฉกเช่น กระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เวลา ๑๔.๔๕ – ๑๖.๔๕ น. นายพุฒิพงษ์ ยะพลหา ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสกลนคร บรรยายในหัวข้อเรื่อง “ การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในครอบครัว และชุมชน” ทำให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ ๙) ที่ทรงให้แนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยตลอดนานกว่า ๓๐ ปี คือ ใช้จ่าย ๓ ส่วน และเก็บออม ๑ ได้นำมาปฏิบัติทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ครอบครัวของฉันอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง ดังนี้ ๑. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน ๒-๓ ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน แบ่งให้เพื่อนบ้านบ้าง เหลือจึงขายไป ๒. พออยู่พอใช้ ทำให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็นใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล) คุณพ่อของฉันและฉันมักเน้นเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา ท่านให้พวกเราช่วยกันประหยัด ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือโรงเรียน ก็ควรปิดน้ำ ปิดไฟ เมื่อเลิกใช้งานทุกครั้ง ๓. พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกับวัตถุ ชีวิต โดยจะอยู่ในกิจกรรม “ออมวันนี้ เศรษฐีวันหน้า” ๔. เมื่อมีรายได้แต่ละเดือน จะแบ่งไว้ใช้จ่าย 3 ส่วน เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าจิปาถะ ที่ใช้ในครัวเรือน รวมทั้งค่าเสื้อผ้า เครื่องใช้บางอย่างที่ชำรุด เป็นต้น ๕. ฉันจะยึดความประหยัด ตัดทอนรายจ่ายในทุกๆ วันที่ไม่จำเป็น ลดละความฟุ่มเฟือย การปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ยึดหลัก พออยู่ พอกิน พอใช้ ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย ในการดำรงชีพ “ความเป็นอยู่ที่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อต้องประหยัดไปในทางที่ถูกต้อง” ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องและสุจริต “ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบ และการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นสำคัญ” ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันในการค้าขาย ประกอบอาชีพแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง “ความสุขความเจริญอันแท้จริง หมายถึง ความสุข ความเจริญ ที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรมทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบังจากผู้อื่น” มุ่งเน้นหาข้าวหาปลา ก่อนมุ่งเน้นหาเงินหาทอง ทำมาหากินก่อนทำมาค้าขาย ภูมิปัญญาชาวบ้านและที่ดินทำกิน คือทุนทางสังคม ตั้งสติที่มั่นคง ร่างกายที่แข็งแรงปัญญาที่เฉียบแหลม ข้อเสนอแนะ เศรษฐกิจพอเพียงจะดำเนินไปได้ดี ด้วยการ ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนปฏิบัติตาม ที่ขอให้อย่าลืมที่จะปฏิบัติในเรื่อง ความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน ปฏิบัติตนเป็นคนดี ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายให้พอเพียง พอกิน และพอใช้ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนควรร่วมมือ ร่วมใจ กันปฏิบัติตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงตั้งแต่ยังเด็ก แล้วจะติดเป็นนิสัยความพอเพียงไปตลอดชีวิต สามารถนำไปพัฒนาตน พัฒนาประเทศชาติให้เจริญ ก้าวหน้า เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ เป็นคนดีของสังคม เศรษฐกิจพื้นฐาน ประกอบด้วยลักษณะสำคัญคือ • เป็นเศรษฐกิจ ของคนทั้งมวล • มีชุมชนที่เข้มแข็งเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจ • มีความเป็นบูรณาการเข้มแข็งไปพร้อม ๆ กันหมด ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และ วัฒนธรรม • เติบโตบนพื้นฐานที่เข้มแข็งของเราเอง เช่น ด้านเกษตร หัตถกรรม อุตสาหกรรม สมุนไพร อาหาร การท่องเที่ยว เป็นต้น • มีการจัดการที่ดีเป็นพื้นฐาน ส่งเสริมการเกิดนวัตกรรมต่าง ๆ ให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาประเทศตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาประเทศ มิได้มีแบบอย่างตายตัวตามตำรา หากแต่ต้องเป็นไปตามสภาพภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา วัฒนธรรมชุมชน ที่มีความหลากหลาย ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตามอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัฒน์ ควบคู่ไปกับการพยายามหาแนวทางหรือวิธีการที่จะดำรงชีวิตตามหลักการพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ดำเนินไปได้อย่างสมดุลและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยอาศัยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบที่ชุมชนอาจจะได้รับ ไม่ให้กระแสเหล่านั้นมาทำลายเอกลักษณ์และวัฒนธรรมชุมชนจนต้องล่มสลายไป จากแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางที่ให้ประชาชนดำเนินตามวิถีแห่งการดำรงชีพ ที่สมบูรณ์ ศานติสุข โดยมีธรรมะเป็นเครื่องกำกับ และใจตนเป็นที่สำคัญ ซึ่งก็คือ วิถีชีวิตไทย ที่ยึดเส้นทางสายกลางของความพอดี ในหลักของการพึ่งพาตนเอง ๕ ประการ คือ • ความพอดีด้านจิตใจ : เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ มีจิตสำนึกที่ดี เอื้ออาทร ประณีประนอม คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม • ความพอดีด้านสังคม : มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน รู้จักผนึกกำลัง และที่สำคัญมีกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากฐานรากที่มั่นคงและแข็งแรง • ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อพัฒนาประเทศให้มั่นคงเป็นขั้นเป็นตอนไป • ความพอดีด้านเทคโนโลยี : รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการและควร พัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชาวบ้านของเราเอง และสอดคล้องเป็นประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมของเราเอง • ความพอดีด้านเศรษฐกิจ : เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอย่างพอสมควร พออยู่ พอกินตามอัตภาพ และฐานะของตนเอง จะเห็นได้ว่าการพัฒนาเริ่มจาก การสร้างพื้นฐาน ความพอกินพอใช้ ของประชาชนในชาติเป็นส่วนใหญ่ก่อน แล้วจึงค่อยเสริมสร้างความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจ ตามลำดับ เพื่อจะได้เกิดสมดุลทางด้านต่าง ๆ หรือ เป็นการดำเนินการไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่ง โดยสร้างความพร้อมทางด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ที่ไม่ใช่เป็นการ“ ก้าวกระโดด ”ที่ต้องใช้ปัจจัยภายนอกต่าง ๆ มาเป็นตัวกระตุ้น เพียงเพื่อให้เกิดความทันกันในชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งในที่สุดประชาชนไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการและการแข่งขันดังกล่าวได้ ก็จะเกิดปัญหาตามมา ดังที่ประเทศไทยได้ประสบปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อปี ๒๕๔๐ ศึกษาดูงาน วันพุธ ที่ ๑๒ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ศึกษาดูงาน ที่ไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ คณะศึกษาดูงาน ได้เดินทางไปถึงไร่ทิพย์เสาวรส&ไร่พริกไทยลุงประมาณ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. และได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเกิดจากการที่คุณดวงทิพย์ สายโสภา และคุณประมาณ สายโสภา สองสามีภรรยา ได้ช่วยกันบุกเบิกพื้นที่ มรดกที่ได้รับจากบิดามารดา ทำการเกษตรแบบผสมผสาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นที่ ๑๔ ไร่ โดยใช้หลักการธรรมชาติให้พืชพึ่งพิงกันและกัน เน้นการปลูกพืชแบบปลอดสารพิษ จุดเด่นของไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ เน้นการปลูกพืชผสมผสานกัน เช่น เสาวรส พริกไทย สะตอ อโวกาโด เงาะ มะไฟ ลิ้นจี่ ทุเรียน ดีปลากั้ง แก้วมังกร กาแฟ อาราบิก้า ฯลฯ ไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรปลอดภัย (ได้ใบรับรอง GAP) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอเขาค้อ มีนักท่องเทียวและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศแวะเยี่ยมชมและเข้าศึกษาดูงานตลอดปี นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เคยแวะเยี่ยมชมได้แก่ สิงคโปร์ จีน และเวียดนาม เมื่อปี ๒๕๒๘ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นปราชญ์เกษตรดีเด่นประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ นอกจากนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากโครงการหลวงดอยคำ ให้ส่งวัตถุดิบเสาวรส (เนื้อพร้อมเมล็ด) เป็นจำนวนมาก ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ในไร่มีตามฤดูกาล ทั้งน้ำเสาวรสสดพร้อมดื่ม ลูกเสาวรส พริกไทยสด พริกไทยขาว พริกไทยดำ กิ่งพันธ์พริกไทย สะตอ มะไฟ อโวคาโด้ ดอกดีปลากั้ง เงาะ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากอโวคาโด้ ได้แก่ สบู่ ครีม และแชมพูจำหน่ายอีกด้วย ไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ เป็นอีก ๑ ตัวอย่างของการทำเกษตรแบบผสมผสาน ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: รายงานสรุปผลการดำเนินการ โครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ หน่วยงาน งานการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการอบรมและศึกษาดูงาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ หลักการและเหตุผล องค์การบริหารส่วนตำบล ถือเป็นหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ให้บริการสาธารณะ แก่ประชาชนในหลายด้าน และมีภารกิจหลากหลายทั้งภารกิจตามกฎหมายจัดตั้ง และภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนจากหน่วยงานราชการอื่น การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลจึงต้องอาศัยบุคลากรในฝ่ายต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสนองความต้องการและให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการพัฒนาบุคลากร จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของท้องถิ่น เนื่องจากสังคมในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเกิดสิ่งใหม่หรือนวัตกรรมใหม่อยู่เสมอ ตลอดจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั้งในมิติของท้องถิ่นเอง หรือแม้กระทั่งระดับประเทศ เช่น การเกิดกลุ่มประชาคมอาเซียน เป็นต้น การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การปรับปรุงแนวคิด กระบวนทัศน์ ในการพัฒนาท้องถิ่นสำหรับ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้าง ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนกลุ่มองค์กรในตำบล และข้าราชการในเขตพื้นที่ตำบลห้วยยาง ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านเทคนิควิธีการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นของตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานนอกสถานที่ เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากร ในการเปิดโลกทัศน์ ปรับแนวความคิด ทัศนคติ ให้มีความพร้อมในการที่จะรับประสบการณ์ใหม่นำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จึงได้จัดทำโครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้น เพื่อให้บุคลากรได้เรียนรู้ระเบียบวิธีเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตลอดจนเทคนิควิธีการปฏิบัติงานใหม่ ๆ แนวความคิดทฤษฎีใหม่ที่จะสามารถนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของงาน อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพประสิทธิผลในการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งจะส่งผลต่อการให้บริการประชาชนให้เกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุดต่อไป วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่อง การบริหารจัดการภาครัฐ แนวใหม่ หลักธรรมาภิบาล และความโปร่งใสภาครัฐ คุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงาน ตลอดจนได้เรียนรู้ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๒.๒ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ได้รับประสบการณ์ เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดความเห็นจากการศึกษาดูงานนอกสถานที่ ๒.๓ เพื่อสร้างความพร้อมให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้สามารถปรับตัวตามกระแสของภาคสังคม นโยบายของรัฐบาล ๒.๔ เพื่อพัฒนาทักษะ แนวคิดวิธีการในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง ต่อองค์กรและต่อประชาชนผู้รับบริการ เป้าหมาย ๓.๑ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน ๒๐ คน ๓.๒ คณะผู้บริหาร จำนวน ๑ คน ๓.๓ พนักงานส่วนตำบล จำนวน ๒๕ คน ๓.๔ พนักงานจ้าง จำนวน ๓๓ คน ๓.๕ ครู (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก) จำนวน ๑๑ คน ๓.๖ ผู้นำชุมชน/กลุ่มองค์กรในตำบล จำนวน ๑๐ คน รวม จำนวน ๑๐๐ คน วิธีดำเนินการ ๔.๑ จัดอบรมสัมมนาโดยใช้เทคนิคการฝึกอบรมรูปแบบต่างๆ เช่น การรับฟังบรรยาย การระดมสมอง การร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนการซักถามปัญหาต่าง ๆ จากผู้มีความรู้และประสบการณ์ ๔.๒ ทัศนศึกษาดูงานนอกสถานที่ ณ จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดเลย ๔.๓ ประเมินผลโครงการ โดยใช้วิธีการสังเกตจากพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาหลังจากเข้าร่วมโครงการ ระยะเวลาและสถานที่ดำเนินการ ๕.๑ ดำเนินการตามโครงการ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ ๕.๒ ฝึกอบรม ระหว่างวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ๕.๓ ศึกษาดูงานนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ รายละเอียดตามกำหนดการแนบท้าย งบประมาณ งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท(สี่แสนบาทถ้วน) ผู้รับผิดชอบโครงการ สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วันอบรม (วันอังคาร ที่ ๑๑ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑) เวลา ๐๘.๐๐ - ๐๘.๓๐ น. ผู้เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนรับเอกสาร เวลา ๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. พิธีเปิดการอบรมโดย นายรำลึก อิงเอนุ ตำแหน่ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ว่าที่ร้อยตรี เกรียงศักดิ์ ชูกลิ่น หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร วิทยากรบรรยายในหัวข้อ “การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่และหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน” ผู้เข้าอบรมได้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายที่จำเป็นหลักธรรมาภิบาลและการบริหารงานด้วยความโปร่งใส โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ หลักการสำคัญที่สุดในการดำเนินการจัดการความรู้ คือ ต้องดำเนินการอย่างง่ายที่สุด ไม่เน้นการใช้เครื่องมือหรูหราหรือยุ่งยาก เริ่มจากกิจกรรมดี ๆ เช่น best practice กิจกรรมกลุ่มสร้างสรรค์ในงานประจำที่มีอยู่แล้วภายในหน่วยงานหรือองค์กร นำมาจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิช่วยกระตุ้นและมีการตั้งคำถาม เพื่อให้กลุ่มงานมีการนำเสนอกิจกรรมของตนอย่างมีชีวิตชีวา และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทรงพลัง เช่น ๑) มีใครหรือเหตุการณ์ใดที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนางานจนเกิด best practice อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในช่วงเวลาของการพัฒนาดังกล่าว ใครบ้างเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมอย่างไร เกิดกระบวนการอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ ความยากลำบากที่ต้องเผชิญคืออะไรบ้าง ได้เอาชนะอุปสรรคนั้นอย่างไร ๒) มีการใช้ความรู้อะไรบ้างในการดำเนินกิจกรรม/ ดำเนินงาน และได้ความรู้เหล่านั้นมาจากไหน ๓) มีแผนจะทำให้ดียิ่งขึ้นอย่างไร ต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง ๔) คิดว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่น่าจะเรียนรู้จากกิจกรรมของกลุ่มของท่านได้ ๕) มีความรู้อะไรบ้างที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานอื่นภายในองค์กร กล่าวโดยสรุป การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือที่ผู้บริหารองค์การนำมาใช้การบริหารหน่วยงานให้เป็นไปตามรูปแบบการบริหารราชการแนวใหม่ เพื่อให้หน่วยงานเกิดการพัฒนาความรู้ควบคู่กับการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารจัดการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดผลสำเร็จหน่วยงานต้องดำเนินการ ดังนี้ ๑. ต้องร่วมมือกันบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้น หมายถึง ทุกภาคในสังคม ได้แก่ ภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน ต้องร่วมมือกันบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้นๆ ไป ๒. ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หมายถึง การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญ คือ ผู้นำและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องเข้าใจมีจิตสำนึก เห็นความจำเป็นและความสำคัญของการดำเนินการในเรื่องนี้ ๓. หลักการและวิธีการใช้อำนาจ หมายถึง กระบวนการสร้าง การบริหารกิจการบ้านเมือง และสังคมที่ดีในสังคมใดๆ ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้อำนาจ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ผู้ใช้อำนาจและผู้ถูกใช้อำนาจหากทั้งสองผ่ายพอใจในวิธีการบริหารกินการบ้านเมืองและสังคม ย่อมหมายความว่า สังคมนั้นมีการบริหารจัดการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ๔. ดำเนินการให้เป็นไปตามองค์ประกอบ องค์ประกอบการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมือง และสังคมที่ดีมี ๔ ประการ คือ · ความเชื่อของผู้มีอำนาจว่าอำนาจสามารถแบ่งปันได้ · กลไกการแบ่งปันอำนาจ · กลไกการคานอำนาจ · ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจและการคานอำนาจ หลักธรรมาภิบาลจึงถือเป็นหลักพื้นฐานในการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาในการบริหารจัดการเพราะจะช่วยให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทำให้พนักงานทุกคนมีความสุขในการทำงาน และยังช่วยสร้างขวัญและกำลังใจที่ดี พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามที่ตนได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งจะส่งผลดีโดยรวมกับการดำเนินงานให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้อีกในอนาคต หลักธรรมาภิบาลมีประโยชน์ต่อภาครัฐ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๔.๓๐ น. นายธวัชชัย พรมดี ตำแหน่ง ท้องถิ่นอำเภอเมืองสกลนคร มาเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อเรื่อง “การสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงาน” ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ การสอน "คุณธรรม/จริยธรรม" เป็นความต้องการที่คนรุ่นหนึ่งจะชี้นำคนอีกรุ่นหนึ่ง โดยผู้สอนมีความเชื่อว่าประสบการณ์ของตนอาจสร้างความเข้าใจเรื่อง คุณธรรม/จริยธรรม (หรือความดี ความถูกต้อง ความเหมาะสม) อย่างถ่องแท้ในระดับหนึ่ง และต้องการให้ เยาวชนเชื่อ ดีและเหมาะสมกับเยาวชน การยึดหลักคุณธรรม/จริยธรรม ทำให้มนุษย์มีความสุข ความสวย และความงาม โดยที่ความสุขนั้นควรเป็นความสุขแบบเรียบง่ายและยั่งยืน คุณสมบัติอันเป็นความพร้อมที่จะพัฒนา จริยธรรมของบุคคลประกอบด้วย ๑. ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของชีวิตและหลัก จริยธรรม ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้มาตั้งแต่วัยต้นของชีวิตจากการเลี้ยงดู การศึกษาอบรม และจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยอาจเป็นในวิถีทางที่ต่างกัน ซึ่งเป็นผลให้บุคคลมีพัฒนาการทางจริยธรรมต่างกัน จากกฎเกณฑ์การตัดสินที่ต่างกัน ๒. ความใฝ่ธรรม มนุษย์มีธรรมชาติ ของการ แสวงหาความถูกต้องเป็นธรรมหรือความดีงามตั้งแต่วัยทารก คุณสมบัตินี้ทำให้บุคคลนิยมคนดี ชอบสังคมที่มีคุณธรรมจริยธรรม ต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี อย่างไรก็ตามประสบการณ์ในชีวิตจากการเลี้ยงดูและเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมคุณธรรม เป็นปัจจัยสำคัญให้บุคคลพร้อมที่จะพัฒนาตนเองให้มีจริยธรรมสูงกว่า ๓. ความรู้จักตนเองของบุคคลนั้น ความรู้จักตนเองของบุคคล คือ สร้างความสามารถในการพิจารณาให้รู้อิทธิพลของความดีและความไม่ดีของตนให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้บุคคลสามารถเสริมสร้างความดีของตนให้มีพลังเข็มแข็ง ในลักษณะที่ตนเองและสังคมยอมรับได้ ความรู้จักตนเองนี้จะทำให้บุคคลมีความมั่นใจ มีพลังและพร้อมที่จะขจัดความไม่ดีของตนและพัฒนาตนเองอย่างถูกต้องดีขึ้น วิถีทางพัฒนาจริยธรรม ๑. การศึกษาเรียนรู้ กระทำได้หลายวิธี ดังนี้ ๑.๑ การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยการหาความ รู้จากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาศาสนา วรรณคดีที่มีคุณค่า หนังสือเกี่ยวกับจริยธรรมทั่วไปและ จริยธรรมวิชาชีพ ๑.๒ การเข้าร่วมประชุมสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม และการคบหาบัณฑิตผู้ใส่ใจด้าน จริยธรรม ๑.๓ การเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตและจากประสบการณ์ในสถานที่ปฏิบัติงาน ประสบการณ์จริงเป็นโอกาสอันประเสริฐในการเรียนรู้จริยธรรมแห่งชีวิต ที่ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งทั้งด้านเจตคติและทักษะการแก้ปัญหาเชิง จริยธรรม อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความพร้อมของบุคคล ผู้มีความพร้อมน้อยอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากการเรียนรู้อันมีค่านี้เลย ๒. การวิเคราะห์ตนเอง บุคคลผู้มีความพร้อมจะพัฒนามีความตั้งใจและเห็นความสำคัญของการวิเคราะห์ตนเองเพื่อทำความรู้จักในตัวตนเอง ด้วยการพิจารณาเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมการแสดงออกของตนเอง จะช่วยให้บุคคลตระหนักรู้คุณลักษณะของตนเอง รู้จุดดีจุดด้อยของตน รู้ว่าควรคงลักษณะใดไว้ การวิเคราะห์ตนเอง กระทำได้ด้วยหลักการต่อไปนี้ ๒.๑ การรับฟังความคิดเห็นเชิงวิพากษ์จากคำพูดและอากัปกิริยาจากบุคคลรอบข้าง เช่น จากผู้บังคับบัญชา จากเพื่อนร่วมงาน จากผู้ใกล้ชิดหรือบุคคลในครอบครัว ๒.๒ วิเคราะห์ตนเองเกี่ยวกับความคิด ความต้องการเจตคติการกระทำ และผลการ กระทำทั้งในอดีตและปัจจุบัน ๒.๓ ค้นหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่างๆ เช่น จากตำรา บทความ รายงานการวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์หรือศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาตนอย่างถ่องแท้ ๒.๔ เข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาจิตใจ (จิตใจและพฤติกรรมมนุษย์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้เช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลายในโลก) ทำให้จิตใจได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดปัญญารับรู้ตนเองอย่างลึกซึ้งและแท้จริง ๓. การฝึกตน เป็นวิธีการพัฒนาด้าน คุณธรรมจริยธรรมด้วย ตนเองขั้นสูงสุด เพราะเป็นการพัฒนาความสามารถของบุคคล ในการ ควบคุมการประพฤติปฏิบัติของตนให้อยู่ในกรอบของพฤติกรรมที่พึงปรารถนาของสังคม ทั้งในสภาพการณ์ปกติและเมื่อเผชิญปัญหาหรือขัดแย้ง การฝึกตน เป็นวิธีการพัฒนาด้าน คุณธรรม จริยธรรมด้วยตนเองขั้นสูงสุด เพราะเป็นการพัฒนาความสามารถของบุคคล ในการควบคุมการประพฤติปฏิบัติของตนให้อยู่ในกรอบของพฤติกรรมที่พึงปรารถนาของสังคม ทั้งในสภาพการณ์ปกติและเมื่อเผชิญปัญหาหรือขัดแย้ง ๓.๑ การฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน เช่น ความขยันหมั่นเพียร การพึ่งตนเอง ความตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบ การรู้จักประหยัดและออม ความซื่อสัตย์ ความมี สัมมาคารวะ ความรักชาติฯ ๓.๒ การรักษาศีลตามความเชื่อในศาสนาของตน ศีลเป็นตัวกำหนดที่จะทำให้งดเว้นในการที่จะกระทำชั่วร้ายใด ๆ อยู่ในจิตใจ ส่งผลให้บุคคลมีพลังจิตที่เข้มแข็งรู้เท่าทันความคิดสามารถควบคุมตนได้ ๓.๓ การทำสมาธิ เป็นการฝึกให้เกิดการตั้งมั่นของจิตใจทำให้เกิดภาวะมีอารมณ์หนึ่งเดียวของกุศลจิต เป็นจิตใจที่สงบผ่องใสบริสุทธิ์เป็นจิตที่เข้มแข็ง มั่นคง แน่วแน่ ทำให้เกิดปัญญาสามารถพิจารณาเห็นทุกอย่างตรงสภาพความเป็นจริง ๓.๔ ฝึกการเป็นผู้ให้ เช่น การรู้จัก ให้อภัย รู้จักแบ่งปันความรู้ ความดีความชอบ บริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์ อุทิศแรงกายแรงใจช่วยงานสาธารณะประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ สรุปได้ว่า การพัฒนาจริยธรรมด้วยวิธีพัฒนาตนเองตามขั้นตอนดังกล่าว เป็นธรรมภาระที่บุคคลสามารถปฏิบัติได้ควบคู่กับการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่มิใช่เป็นการกระทำในลักษณะเสร็จสิ้น ต้องกระทำอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย เพราะจิตใจของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เฉกเช่น กระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เวลา ๑๔.๔๕ – ๑๖.๔๕ น. นายพุฒิพงษ์ ยะพลหา ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสกลนคร บรรยายในหัวข้อเรื่อง “ การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในครอบครัว และชุมชน” ทำให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ ๙) ที่ทรงให้แนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยตลอดนานกว่า ๓๐ ปี คือ ใช้จ่าย ๓ ส่วน และเก็บออม ๑ ได้นำมาปฏิบัติทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ครอบครัวของฉันอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง ดังนี้ ๑. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน ๒-๓ ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน แบ่งให้เพื่อนบ้านบ้าง เหลือจึงขายไป ๒. พออยู่พอใช้ ทำให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็นใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล) คุณพ่อของฉันและฉันมักเน้นเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา ท่านให้พวกเราช่วยกันประหยัด ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือโรงเรียน ก็ควรปิดน้ำ ปิดไฟ เมื่อเลิกใช้งานทุกครั้ง ๓. พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกับวัตถุ ชีวิต โดยจะอยู่ในกิจกรรม “ออมวันนี้ เศรษฐีวันหน้า” ๔. เมื่อมีรายได้แต่ละเดือน จะแบ่งไว้ใช้จ่าย 3 ส่วน เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าจิปาถะ ที่ใช้ในครัวเรือน รวมทั้งค่าเสื้อผ้า เครื่องใช้บางอย่างที่ชำรุด เป็นต้น ๕. ฉันจะยึดความประหยัด ตัดทอนรายจ่ายในทุกๆ วันที่ไม่จำเป็น ลดละความฟุ่มเฟือย การปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ยึดหลัก พออยู่ พอกิน พอใช้ ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย ในการดำรงชีพ “ความเป็นอยู่ที่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อต้องประหยัดไปในทางที่ถูกต้อง” ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องและสุจริต “ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบ และการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นสำคัญ” ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันในการค้าขาย ประกอบอาชีพแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง “ความสุขความเจริญอันแท้จริง หมายถึง ความสุข ความเจริญ ที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรมทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบังจากผู้อื่น” มุ่งเน้นหาข้าวหาปลา ก่อนมุ่งเน้นหาเงินหาทอง ทำมาหากินก่อนทำมาค้าขาย ภูมิปัญญาชาวบ้านและที่ดินทำกิน คือทุนทางสังคม ตั้งสติที่มั่นคง ร่างกายที่แข็งแรงปัญญาที่เฉียบแหลม ข้อเสนอแนะ เศรษฐกิจพอเพียงจะดำเนินไปได้ดี ด้วยการ ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนปฏิบัติตาม ที่ขอให้อย่าลืมที่จะปฏิบัติในเรื่อง ความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน ปฏิบัติตนเป็นคนดี ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายให้พอเพียง พอกิน และพอใช้ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนควรร่วมมือ ร่วมใจ กันปฏิบัติตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงตั้งแต่ยังเด็ก แล้วจะติดเป็นนิสัยความพอเพียงไปตลอดชีวิต สามารถนำไปพัฒนาตน พัฒนาประเทศชาติให้เจริญ ก้าวหน้า เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ เป็นคนดีของสังคม เศรษฐกิจพื้นฐาน ประกอบด้วยลักษณะสำคัญคือ • เป็นเศรษฐกิจ ของคนทั้งมวล • มีชุมชนที่เข้มแข็งเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจ • มีความเป็นบูรณาการเข้มแข็งไปพร้อม ๆ กันหมด ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และ วัฒนธรรม • เติบโตบนพื้นฐานที่เข้มแข็งของเราเอง เช่น ด้านเกษตร หัตถกรรม อุตสาหกรรม สมุนไพร อาหาร การท่องเที่ยว เป็นต้น • มีการจัดการที่ดีเป็นพื้นฐาน ส่งเสริมการเกิดนวัตกรรมต่าง ๆ ให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาประเทศตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาประเทศ มิได้มีแบบอย่างตายตัวตามตำรา หากแต่ต้องเป็นไปตามสภาพภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา วัฒนธรรมชุมชน ที่มีความหลากหลาย ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตามอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัฒน์ ควบคู่ไปกับการพยายามหาแนวทางหรือวิธีการที่จะดำรงชีวิตตามหลักการพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ดำเนินไปได้อย่างสมดุลและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยอาศัยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบที่ชุมชนอาจจะได้รับ ไม่ให้กระแสเหล่านั้นมาทำลายเอกลักษณ์และวัฒนธรรมชุมชนจนต้องล่มสลายไป จากแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางที่ให้ประชาชนดำเนินตามวิถีแห่งการดำรงชีพ ที่สมบูรณ์ ศานติสุข โดยมีธรรมะเป็นเครื่องกำกับ และใจตนเป็นที่สำคัญ ซึ่งก็คือ วิถีชีวิตไทย ที่ยึดเส้นทางสายกลางของความพอดี ในหลักของการพึ่งพาตนเอง ๕ ประการ คือ • ความพอดีด้านจิตใจ : เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ มีจิตสำนึกที่ดี เอื้ออาทร ประณีประนอม คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม • ความพอดีด้านสังคม : มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน รู้จักผนึกกำลัง และที่สำคัญมีกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากฐานรากที่มั่นคงและแข็งแรง • ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อพัฒนาประเทศให้มั่นคงเป็นขั้นเป็นตอนไป • ความพอดีด้านเทคโนโลยี : รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการและควร พัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชาวบ้านของเราเอง และสอดคล้องเป็นประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมของเราเอง • ความพอดีด้านเศรษฐกิจ : เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอย่างพอสมควร พออยู่ พอกินตามอัตภาพ และฐานะของตนเอง จะเห็นได้ว่าการพัฒนาเริ่มจาก การสร้างพื้นฐาน ความพอกินพอใช้ ของประชาชนในชาติเป็นส่วนใหญ่ก่อน แล้วจึงค่อยเสริมสร้างความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจ ตามลำดับ เพื่อจะได้เกิดสมดุลทางด้านต่าง ๆ หรือ เป็นการดำเนินการไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่ง โดยสร้างความพร้อมทางด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ที่ไม่ใช่เป็นการ“ ก้าวกระโดด ”ที่ต้องใช้ปัจจัยภายนอกต่าง ๆ มาเป็นตัวกระตุ้น เพียงเพื่อให้เกิดความทันกันในชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งในที่สุดประชาชนไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการและการแข่งขันดังกล่าวได้ ก็จะเกิดปัญหาตามมา ดังที่ประเทศไทยได้ประสบปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อปี ๒๕๔๐ ศึกษาดูงาน วันพุธ ที่ ๑๒ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ศึกษาดูงาน ที่ไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ คณะศึกษาดูงาน ได้เดินทางไปถึงไร่ทิพย์เสาวรส&ไร่พริกไทยลุงประมาณ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. และได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเกิดจากการที่คุณดวงทิพย์ สายโสภา และคุณประมาณ สายโสภา สองสามีภรรยา ได้ช่วยกันบุกเบิกพื้นที่ มรดกที่ได้รับจากบิดามารดา ทำการเกษตรแบบผสมผสาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นที่ ๑๔ ไร่ โดยใช้หลักการธรรมชาติให้พืชพึ่งพิงกันและกัน เน้นการปลูกพืชแบบปลอดสารพิษ จุดเด่นของไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ เน้นการปลูกพืชผสมผสานกัน เช่น เสาวรส พริกไทย สะตอ อโวกาโด เงาะ มะไฟ ลิ้นจี่ ทุเรียน ดีปลากั้ง แก้วมังกร กาแฟ อาราบิก้า ฯลฯ ไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรปลอดภัย (ได้ใบรับรอง GAP) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอเขาค้อ มีนักท่องเทียวและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศแวะเยี่ยมชมและเข้าศึกษาดูงานตลอดปี นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เคยแวะเยี่ยมชมได้แก่ สิงคโปร์ จีน และเวียดนาม เมื่อปี ๒๕๒๘ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นปราชญ์เกษตรดีเด่นประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ นอกจากนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากโครงการหลวงดอยคำ ให้ส่งวัตถุดิบเสาวรส (เนื้อพร้อมเมล็ด) เป็นจำนวนมาก ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ในไร่มีตามฤดูกาล ทั้งน้ำเสาวรสสดพร้อมดื่ม ลูกเสาวรส พริกไทยสด พริกไทยขาว พริกไทยดำ กิ่งพันธ์พริกไทย สะตอ มะไฟ อโวคาโด้ ดอกดีปลากั้ง เงาะ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากอโวคาโด้ ได้แก่ สบู่ ครีม และแชมพูจำหน่ายอีกด้วย ไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ เป็นอีก ๑ ตัวอย่างของการทำเกษตรแบบผสมผสาน ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ../add_file/รายงานสรุปผลการดำเนินการ โครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ หน่วยงาน งานการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัด องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการอบรมและศึกษาดูงาน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ หลักการและเหตุผล องค์การบริหารส่วนตำบล ถือเป็นหน่วยงานบริหารราชการส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ให้บริการสาธารณะ แก่ประชาชนในหลายด้าน และมีภารกิจหลากหลายทั้งภารกิจตามกฎหมายจัดตั้ง และภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนจากหน่วยงานราชการอื่น การบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบลจึงต้องอาศัยบุคลากรในฝ่ายต่าง ๆ เพื่อให้สามารถสนองความต้องการและให้บริการแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการพัฒนาบุคลากร จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของท้องถิ่น เนื่องจากสังคมในยุคปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และเกิดสิ่งใหม่หรือนวัตกรรมใหม่อยู่เสมอ ตลอดจนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมทั้งในมิติของท้องถิ่นเอง หรือแม้กระทั่งระดับประเทศ เช่น การเกิดกลุ่มประชาคมอาเซียน เป็นต้น การพัฒนาศักยภาพบุคลากร การปรับปรุงแนวคิด กระบวนทัศน์ ในการพัฒนาท้องถิ่นสำหรับ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล พนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้าง ผู้นำท้องถิ่น ตัวแทนกลุ่มองค์กรในตำบล และข้าราชการในเขตพื้นที่ตำบลห้วยยาง ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจที่จะต้องดำเนินการควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านเทคนิควิธีการเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นของตนเองอย่างยั่งยืน ซึ่งการฝึกอบรมและการศึกษาดูงานนอกสถานที่ เป็นอีกวิธีการหนึ่งในการพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากร ในการเปิดโลกทัศน์ ปรับแนวความคิด ทัศนคติ ให้มีความพร้อมในการที่จะรับประสบการณ์ใหม่นำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จึงได้จัดทำโครงการอบรมเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขึ้น เพื่อให้บุคลากรได้เรียนรู้ระเบียบวิธีเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตลอดจนเทคนิควิธีการปฏิบัติงานใหม่ ๆ แนวความคิดทฤษฎีใหม่ที่จะสามารถนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ของงาน อันจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพประสิทธิผลในการปฏิบัติงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งจะส่งผลต่อการให้บริการประชาชนให้เกิดความพึงพอใจอย่างสูงสุดต่อไป วัตถุประสงค์ ๒.๑ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่อง การบริหารจัดการภาครัฐ แนวใหม่ หลักธรรมาภิบาล และความโปร่งใสภาครัฐ คุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงาน ตลอดจนได้เรียนรู้ในหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๒.๒ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ได้รับประสบการณ์ เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดความเห็นจากการศึกษาดูงานนอกสถานที่ ๒.๓ เพื่อสร้างความพร้อมให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้สามารถปรับตัวตามกระแสของภาคสังคม นโยบายของรัฐบาล ๒.๔ เพื่อพัฒนาทักษะ แนวคิดวิธีการในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเอง ต่อองค์กรและต่อประชาชนผู้รับบริการ เป้าหมาย ๓.๑ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน ๒๐ คน ๓.๒ คณะผู้บริหาร จำนวน ๑ คน ๓.๓ พนักงานส่วนตำบล จำนวน ๒๕ คน ๓.๔ พนักงานจ้าง จำนวน ๓๓ คน ๓.๕ ครู (ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก) จำนวน ๑๑ คน ๓.๖ ผู้นำชุมชน/กลุ่มองค์กรในตำบล จำนวน ๑๐ คน รวม จำนวน ๑๐๐ คน วิธีดำเนินการ ๔.๑ จัดอบรมสัมมนาโดยใช้เทคนิคการฝึกอบรมรูปแบบต่างๆ เช่น การรับฟังบรรยาย การระดมสมอง การร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนการซักถามปัญหาต่าง ๆ จากผู้มีความรู้และประสบการณ์ ๔.๒ ทัศนศึกษาดูงานนอกสถานที่ ณ จังหวัดเพชรบูรณ์และจังหวัดเลย ๔.๓ ประเมินผลโครงการ โดยใช้วิธีการสังเกตจากพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาหลังจากเข้าร่วมโครงการ ระยะเวลาและสถานที่ดำเนินการ ๕.๑ ดำเนินการตามโครงการ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ ๕.๒ ฝึกอบรม ระหว่างวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ๕.๓ ศึกษาดูงานนอกสถานที่ ระหว่างวันที่ ๑๑ – ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ รายละเอียดตามกำหนดการแนบท้าย งบประมาณ งบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ บาท(สี่แสนบาทถ้วน) ผู้รับผิดชอบโครงการ สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วันอบรม (วันอังคาร ที่ ๑๑ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑) เวลา ๐๘.๐๐ - ๐๘.๓๐ น. ผู้เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนรับเอกสาร เวลา ๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. พิธีเปิดการอบรมโดย นายรำลึก อิงเอนุ ตำแหน่ง ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. ว่าที่ร้อยตรี เกรียงศักดิ์ ชูกลิ่น หัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดสกลนคร วิทยากรบรรยายในหัวข้อ “การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่และหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน” ผู้เข้าอบรมได้ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายที่จำเป็นหลักธรรมาภิบาลและการบริหารงานด้วยความโปร่งใส โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ หลักการสำคัญที่สุดในการดำเนินการจัดการความรู้ คือ ต้องดำเนินการอย่างง่ายที่สุด ไม่เน้นการใช้เครื่องมือหรูหราหรือยุ่งยาก เริ่มจากกิจกรรมดี ๆ เช่น best practice กิจกรรมกลุ่มสร้างสรรค์ในงานประจำที่มีอยู่แล้วภายในหน่วยงานหรือองค์กร นำมาจัดการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิช่วยกระตุ้นและมีการตั้งคำถาม เพื่อให้กลุ่มงานมีการนำเสนอกิจกรรมของตนอย่างมีชีวิตชีวา และเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ทรงพลัง เช่น ๑) มีใครหรือเหตุการณ์ใดที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนางานจนเกิด best practice อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในช่วงเวลาของการพัฒนาดังกล่าว ใครบ้างเข้ามามีส่วนร่วม ร่วมอย่างไร เกิดกระบวนการอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่ความสำเร็จ ความยากลำบากที่ต้องเผชิญคืออะไรบ้าง ได้เอาชนะอุปสรรคนั้นอย่างไร ๒) มีการใช้ความรู้อะไรบ้างในการดำเนินกิจกรรม/ ดำเนินงาน และได้ความรู้เหล่านั้นมาจากไหน ๓) มีแผนจะทำให้ดียิ่งขึ้นอย่างไร ต้องการความช่วยเหลืออะไรบ้าง ๔) คิดว่ามีหน่วยงานใดบ้างที่น่าจะเรียนรู้จากกิจกรรมของกลุ่มของท่านได้ ๕) มีความรู้อะไรบ้างที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานอื่นภายในองค์กร กล่าวโดยสรุป การจัดการความรู้เป็นเครื่องมือที่ผู้บริหารองค์การนำมาใช้การบริหารหน่วยงานให้เป็นไปตามรูปแบบการบริหารราชการแนวใหม่ เพื่อให้หน่วยงานเกิดการพัฒนาความรู้ควบคู่กับการดำเนินงาน ส่งผลให้เกิดการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานระหว่างหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการนำหลักธรรมาภิบาลไปใช้ในการบริหารจัดการทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้เกิดผลสำเร็จหน่วยงานต้องดำเนินการ ดังนี้ ๑. ต้องร่วมมือกันบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้น หมายถึง ทุกภาคในสังคม ได้แก่ ภาครัฐ ภาคธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน ต้องร่วมมือกันบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมไทยให้ดียิ่งขึ้นๆ ไป ๒. ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง หมายถึง การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสำคัญ คือ ผู้นำและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ต้องเข้าใจมีจิตสำนึก เห็นความจำเป็นและความสำคัญของการดำเนินการในเรื่องนี้ ๓. หลักการและวิธีการใช้อำนาจ หมายถึง กระบวนการสร้าง การบริหารกิจการบ้านเมือง และสังคมที่ดีในสังคมใดๆ ขึ้นอยู่กับวิธีการใช้อำนาจ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ผู้ใช้อำนาจและผู้ถูกใช้อำนาจหากทั้งสองผ่ายพอใจในวิธีการบริหารกินการบ้านเมืองและสังคม ย่อมหมายความว่า สังคมนั้นมีการบริหารจัดการบ้านเมืองและสังคมที่ดี ๔. ดำเนินการให้เป็นไปตามองค์ประกอบ องค์ประกอบการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมือง และสังคมที่ดีมี ๔ ประการ คือ · ความเชื่อของผู้มีอำนาจว่าอำนาจสามารถแบ่งปันได้ · กลไกการแบ่งปันอำนาจ · กลไกการคานอำนาจ · ระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจและการคานอำนาจ หลักธรรมาภิบาลจึงถือเป็นหลักพื้นฐานในการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาในการบริหารจัดการเพราะจะช่วยให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังทำให้พนักงานทุกคนมีความสุขในการทำงาน และยังช่วยสร้างขวัญและกำลังใจที่ดี พร้อมปฏิบัติหน้าที่ตามที่ตนได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถ ซึ่งจะส่งผลดีโดยรวมกับการดำเนินงานให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้อีกในอนาคต หลักธรรมาภิบาลมีประโยชน์ต่อภาครัฐ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๔.๓๐ น. นายธวัชชัย พรมดี ตำแหน่ง ท้องถิ่นอำเภอเมืองสกลนคร มาเป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อเรื่อง “การสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในการทำงาน” ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ การสอน "คุณธรรม/จริยธรรม" เป็นความต้องการที่คนรุ่นหนึ่งจะชี้นำคนอีกรุ่นหนึ่ง โดยผู้สอนมีความเชื่อว่าประสบการณ์ของตนอาจสร้างความเข้าใจเรื่อง คุณธรรม/จริยธรรม (หรือความดี ความถูกต้อง ความเหมาะสม) อย่างถ่องแท้ในระดับหนึ่ง และต้องการให้ เยาวชนเชื่อ ดีและเหมาะสมกับเยาวชน การยึดหลักคุณธรรม/จริยธรรม ทำให้มนุษย์มีความสุข ความสวย และความงาม โดยที่ความสุขนั้นควรเป็นความสุขแบบเรียบง่ายและยั่งยืน คุณสมบัติอันเป็นความพร้อมที่จะพัฒนา จริยธรรมของบุคคลประกอบด้วย ๑. ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของชีวิตและหลัก จริยธรรม ทุกคนได้มีโอกาสเรียนรู้มาตั้งแต่วัยต้นของชีวิตจากการเลี้ยงดู การศึกษาอบรม และจากประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยอาจเป็นในวิถีทางที่ต่างกัน ซึ่งเป็นผลให้บุคคลมีพัฒนาการทางจริยธรรมต่างกัน จากกฎเกณฑ์การตัดสินที่ต่างกัน ๒. ความใฝ่ธรรม มนุษย์มีธรรมชาติ ของการ แสวงหาความถูกต้องเป็นธรรมหรือความดีงามตั้งแต่วัยทารก คุณสมบัตินี้ทำให้บุคคลนิยมคนดี ชอบสังคมที่มีคุณธรรมจริยธรรม ต้องการที่จะพัฒนาตนเองให้เป็นคนดี อย่างไรก็ตามประสบการณ์ในชีวิตจากการเลี้ยงดูและเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมคุณธรรม เป็นปัจจัยสำคัญให้บุคคลพร้อมที่จะพัฒนาตนเองให้มีจริยธรรมสูงกว่า ๓. ความรู้จักตนเองของบุคคลนั้น ความรู้จักตนเองของบุคคล คือ สร้างความสามารถในการพิจารณาให้รู้อิทธิพลของความดีและความไม่ดีของตนให้ชัดเจน ซึ่งจะช่วยให้บุคคลสามารถเสริมสร้างความดีของตนให้มีพลังเข็มแข็ง ในลักษณะที่ตนเองและสังคมยอมรับได้ ความรู้จักตนเองนี้จะทำให้บุคคลมีความมั่นใจ มีพลังและพร้อมที่จะขจัดความไม่ดีของตนและพัฒนาตนเองอย่างถูกต้องดีขึ้น วิถีทางพัฒนาจริยธรรม ๑. การศึกษาเรียนรู้ กระทำได้หลายวิธี ดังนี้ ๑.๑ การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ด้วยการหาความ รู้จากการอ่านหนังสือเกี่ยวกับปรัชญาศาสนา วรรณคดีที่มีคุณค่า หนังสือเกี่ยวกับจริยธรรมทั่วไปและ จริยธรรมวิชาชีพ ๑.๒ การเข้าร่วมประชุมสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นและประสบการณ์เกี่ยวกับคุณธรรมจริยธรรม และการคบหาบัณฑิตผู้ใส่ใจด้าน จริยธรรม ๑.๓ การเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตและจากประสบการณ์ในสถานที่ปฏิบัติงาน ประสบการณ์จริงเป็นโอกาสอันประเสริฐในการเรียนรู้จริยธรรมแห่งชีวิต ที่ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้อย่างลึกซึ้งทั้งด้านเจตคติและทักษะการแก้ปัญหาเชิง จริยธรรม อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับความพร้อมของบุคคล ผู้มีความพร้อมน้อยอาจจะไม่ได้ประโยชน์จากการเรียนรู้อันมีค่านี้เลย ๒. การวิเคราะห์ตนเอง บุคคลผู้มีความพร้อมจะพัฒนามีความตั้งใจและเห็นความสำคัญของการวิเคราะห์ตนเองเพื่อทำความรู้จักในตัวตนเอง ด้วยการพิจารณาเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิดและพฤติกรรมการแสดงออกของตนเอง จะช่วยให้บุคคลตระหนักรู้คุณลักษณะของตนเอง รู้จุดดีจุดด้อยของตน รู้ว่าควรคงลักษณะใดไว้ การวิเคราะห์ตนเอง กระทำได้ด้วยหลักการต่อไปนี้ ๒.๑ การรับฟังความคิดเห็นเชิงวิพากษ์จากคำพูดและอากัปกิริยาจากบุคคลรอบข้าง เช่น จากผู้บังคับบัญชา จากเพื่อนร่วมงาน จากผู้ใกล้ชิดหรือบุคคลในครอบครัว ๒.๒ วิเคราะห์ตนเองเกี่ยวกับความคิด ความต้องการเจตคติการกระทำ และผลการ กระทำทั้งในอดีตและปัจจุบัน ๒.๓ ค้นหาความรู้จากแหล่งความรู้ต่างๆ เช่น จากตำรา บทความ รายงานการวิจัยด้านพฤติกรรมศาสตร์หรือศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และพัฒนาตนอย่างถ่องแท้ ๒.๔ เข้ารับการอบรมเพื่อพัฒนาจิตใจ (จิตใจและพฤติกรรมมนุษย์เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้เช่นเดียวกับสรรพสิ่งทั้งหลายในโลก) ทำให้จิตใจได้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดปัญญารับรู้ตนเองอย่างลึกซึ้งและแท้จริง ๓. การฝึกตน เป็นวิธีการพัฒนาด้าน คุณธรรมจริยธรรมด้วย ตนเองขั้นสูงสุด เพราะเป็นการพัฒนาความสามารถของบุคคล ในการ ควบคุมการประพฤติปฏิบัติของตนให้อยู่ในกรอบของพฤติกรรมที่พึงปรารถนาของสังคม ทั้งในสภาพการณ์ปกติและเมื่อเผชิญปัญหาหรือขัดแย้ง การฝึกตน เป็นวิธีการพัฒนาด้าน คุณธรรม จริยธรรมด้วยตนเองขั้นสูงสุด เพราะเป็นการพัฒนาความสามารถของบุคคล ในการควบคุมการประพฤติปฏิบัติของตนให้อยู่ในกรอบของพฤติกรรมที่พึงปรารถนาของสังคม ทั้งในสภาพการณ์ปกติและเมื่อเผชิญปัญหาหรือขัดแย้ง ๓.๑ การฝึกวินัยขั้นพื้นฐาน เช่น ความขยันหมั่นเพียร การพึ่งตนเอง ความตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบ การรู้จักประหยัดและออม ความซื่อสัตย์ ความมี สัมมาคารวะ ความรักชาติฯ ๓.๒ การรักษาศีลตามความเชื่อในศาสนาของตน ศีลเป็นตัวกำหนดที่จะทำให้งดเว้นในการที่จะกระทำชั่วร้ายใด ๆ อยู่ในจิตใจ ส่งผลให้บุคคลมีพลังจิตที่เข้มแข็งรู้เท่าทันความคิดสามารถควบคุมตนได้ ๓.๓ การทำสมาธิ เป็นการฝึกให้เกิดการตั้งมั่นของจิตใจทำให้เกิดภาวะมีอารมณ์หนึ่งเดียวของกุศลจิต เป็นจิตใจที่สงบผ่องใสบริสุทธิ์เป็นจิตที่เข้มแข็ง มั่นคง แน่วแน่ ทำให้เกิดปัญญาสามารถพิจารณาเห็นทุกอย่างตรงสภาพความเป็นจริง ๓.๔ ฝึกการเป็นผู้ให้ เช่น การรู้จัก ให้อภัย รู้จักแบ่งปันความรู้ ความดีความชอบ บริจาคเพื่อสาธารณะประโยชน์ อุทิศแรงกายแรงใจช่วยงานสาธารณะประโยชน์โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ สรุปได้ว่า การพัฒนาจริยธรรมด้วยวิธีพัฒนาตนเองตามขั้นตอนดังกล่าว เป็นธรรมภาระที่บุคคลสามารถปฏิบัติได้ควบคู่กับการดำเนินชีวิตประจำวัน แต่มิใช่เป็นการกระทำในลักษณะเสร็จสิ้น ต้องกระทำอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย เพราะจิตใจของมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เฉกเช่น กระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เวลา ๑๔.๔๕ – ๑๖.๔๕ น. นายพุฒิพงษ์ ยะพลหา ตำแหน่ง นักวิชาการพัฒนาชุมชนชำนาญการ สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอเมืองสกลนคร บรรยายในหัวข้อเรื่อง “ การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในครอบครัว และชุมชน” ทำให้ผู้เข้าอบรมได้รับความรู้ในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง โดยสรุปเนื้อหาได้ดังนี้ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช (รัชกาลที่ ๙) ที่ทรงให้แนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยตลอดนานกว่า ๓๐ ปี คือ ใช้จ่าย ๓ ส่วน และเก็บออม ๑ ได้นำมาปฏิบัติทำให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ การนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ครอบครัวของฉันอยู่แบบเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง ดังนี้ ๑. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน ๒-๓ ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน แบ่งให้เพื่อนบ้านบ้าง เหลือจึงขายไป ๒. พออยู่พอใช้ ทำให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็นใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล) คุณพ่อของฉันและฉันมักเน้นเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าและน้ำประปา ท่านให้พวกเราช่วยกันประหยัด ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านหรือโรงเรียน ก็ควรปิดน้ำ ปิดไฟ เมื่อเลิกใช้งานทุกครั้ง ๓. พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกับวัตถุ ชีวิต โดยจะอยู่ในกิจกรรม “ออมวันนี้ เศรษฐีวันหน้า” ๔. เมื่อมีรายได้แต่ละเดือน จะแบ่งไว้ใช้จ่าย 3 ส่วน เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าจิปาถะ ที่ใช้ในครัวเรือน รวมทั้งค่าเสื้อผ้า เครื่องใช้บางอย่างที่ชำรุด เป็นต้น ๕. ฉันจะยึดความประหยัด ตัดทอนรายจ่ายในทุกๆ วันที่ไม่จำเป็น ลดละความฟุ่มเฟือย การปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ยึดหลัก พออยู่ พอกิน พอใช้ ยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่าย ลดความฟุ่มเฟือย ในการดำรงชีพ “ความเป็นอยู่ที่ต้องไม่ฟุ้งเฟ้อต้องประหยัดไปในทางที่ถูกต้อง” ยึดถือการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องและสุจริต “ความเจริญของคนทั้งหลายย่อมเกิดมาจากการประพฤติชอบ และการหาเลี้ยงชีพชอบเป็นสำคัญ” ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์และแข่งขันในการค้าขาย ประกอบอาชีพแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรง “ความสุขความเจริญอันแท้จริง หมายถึง ความสุข ความเจริญ ที่บุคคลแสวงหามาได้ด้วยความเป็นธรรมทั้งในเจตนาและการกระทำ ไม่ใช่ได้มาด้วยความบังเอิญหรือด้วยการแก่งแย่งเบียดบังจากผู้อื่น” มุ่งเน้นหาข้าวหาปลา ก่อนมุ่งเน้นหาเงินหาทอง ทำมาหากินก่อนทำมาค้าขาย ภูมิปัญญาชาวบ้านและที่ดินทำกิน คือทุนทางสังคม ตั้งสติที่มั่นคง ร่างกายที่แข็งแรงปัญญาที่เฉียบแหลม ข้อเสนอแนะ เศรษฐกิจพอเพียงจะดำเนินไปได้ดี ด้วยการ ประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนปฏิบัติตาม ที่ขอให้อย่าลืมที่จะปฏิบัติในเรื่อง ความขยัน ประหยัด ซื่อสัตย์ อดทน ปฏิบัติตนเป็นคนดี ดำเนินชีวิตแบบเรียบง่ายให้พอเพียง พอกิน และพอใช้ โดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนควรร่วมมือ ร่วมใจ กันปฏิบัติตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงตั้งแต่ยังเด็ก แล้วจะติดเป็นนิสัยความพอเพียงไปตลอดชีวิต สามารถนำไปพัฒนาตน พัฒนาประเทศชาติให้เจริญ ก้าวหน้า เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ เป็นคนดีของสังคม เศรษฐกิจพื้นฐาน ประกอบด้วยลักษณะสำคัญคือ • เป็นเศรษฐกิจ ของคนทั้งมวล • มีชุมชนที่เข้มแข็งเป็นพื้นฐานของเศรษฐกิจ • มีความเป็นบูรณาการเข้มแข็งไปพร้อม ๆ กันหมด ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และ วัฒนธรรม • เติบโตบนพื้นฐานที่เข้มแข็งของเราเอง เช่น ด้านเกษตร หัตถกรรม อุตสาหกรรม สมุนไพร อาหาร การท่องเที่ยว เป็นต้น • มีการจัดการที่ดีเป็นพื้นฐาน ส่งเสริมการเกิดนวัตกรรมต่าง ๆ ให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาประเทศตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาประเทศ มิได้มีแบบอย่างตายตัวตามตำรา หากแต่ต้องเป็นไปตามสภาพภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ สังคมวิทยา วัฒนธรรมชุมชน ที่มีความหลากหลาย ในขณะเดียวกันเราก็ต้องเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตามอิทธิพลของกระแสโลกาภิวัฒน์ ควบคู่ไปกับการพยายามหาแนวทางหรือวิธีการที่จะดำรงชีวิตตามหลักการพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ดำเนินไปได้อย่างสมดุลและสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยอาศัยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบที่ชุมชนอาจจะได้รับ ไม่ให้กระแสเหล่านั้นมาทำลายเอกลักษณ์และวัฒนธรรมชุมชนจนต้องล่มสลายไป จากแนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางที่ให้ประชาชนดำเนินตามวิถีแห่งการดำรงชีพ ที่สมบูรณ์ ศานติสุข โดยมีธรรมะเป็นเครื่องกำกับ และใจตนเป็นที่สำคัญ ซึ่งก็คือ วิถีชีวิตไทย ที่ยึดเส้นทางสายกลางของความพอดี ในหลักของการพึ่งพาตนเอง ๕ ประการ คือ • ความพอดีด้านจิตใจ : เข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ มีจิตสำนึกที่ดี เอื้ออาทร ประณีประนอม คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม • ความพอดีด้านสังคม : มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน รู้จักผนึกกำลัง และที่สำคัญมีกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากฐานรากที่มั่นคงและแข็งแรง • ความพอดีด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาดและรอบคอบ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศ เพื่อพัฒนาประเทศให้มั่นคงเป็นขั้นเป็นตอนไป • ความพอดีด้านเทคโนโลยี : รู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมให้สอดคล้องกับความต้องการและควร พัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาชาวบ้านของเราเอง และสอดคล้องเป็นประโยชน์ต่อสภาพแวดล้อมของเราเอง • ความพอดีด้านเศรษฐกิจ : เพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ดำรงชีวิตอย่างพอสมควร พออยู่ พอกินตามอัตภาพ และฐานะของตนเอง จะเห็นได้ว่าการพัฒนาเริ่มจาก การสร้างพื้นฐาน ความพอกินพอใช้ ของประชาชนในชาติเป็นส่วนใหญ่ก่อน แล้วจึงค่อยเสริมสร้างความเจริญและฐานะทางเศรษฐกิจ ตามลำดับ เพื่อจะได้เกิดสมดุลทางด้านต่าง ๆ หรือ เป็นการดำเนินการไปอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากระดับหนึ่งไปสู่อีกระดับหนึ่ง โดยสร้างความพร้อมทางด้านต่าง ๆ อย่างเหมาะสม ที่ไม่ใช่เป็นการ“ ก้าวกระโดด ”ที่ต้องใช้ปัจจัยภายนอกต่าง ๆ มาเป็นตัวกระตุ้น เพียงเพื่อให้เกิดความทันกันในชั่วขณะหนึ่ง ซึ่งในที่สุดประชาชนไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการและการแข่งขันดังกล่าวได้ ก็จะเกิดปัญหาตามมา ดังที่ประเทศไทยได้ประสบปัญหาเศรษฐกิจ เมื่อปี ๒๕๔๐ ศึกษาดูงาน วันพุธ ที่ ๑๒ เดือน ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ศึกษาดูงาน ที่ไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ คณะศึกษาดูงาน ได้เดินทางไปถึงไร่ทิพย์เสาวรส&ไร่พริกไทยลุงประมาณ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น. และได้เข้าเยี่ยมชมและศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเกิดจากการที่คุณดวงทิพย์ สายโสภา และคุณประมาณ สายโสภา สองสามีภรรยา ได้ช่วยกันบุกเบิกพื้นที่ มรดกที่ได้รับจากบิดามารดา ทำการเกษตรแบบผสมผสาน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง บนพื้นที่ ๑๔ ไร่ โดยใช้หลักการธรรมชาติให้พืชพึ่งพิงกันและกัน เน้นการปลูกพืชแบบปลอดสารพิษ จุดเด่นของไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ เน้นการปลูกพืชผสมผสานกัน เช่น เสาวรส พริกไทย สะตอ อโวกาโด เงาะ มะไฟ ลิ้นจี่ ทุเรียน ดีปลากั้ง แก้วมังกร กาแฟ อาราบิก้า ฯลฯ ไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ เป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรปลอดภัย (ได้ใบรับรอง GAP) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของอำเภอเขาค้อ มีนักท่องเทียวและหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศแวะเยี่ยมชมและเข้าศึกษาดูงานตลอดปี นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เคยแวะเยี่ยมชมได้แก่ สิงคโปร์ จีน และเวียดนาม เมื่อปี ๒๕๒๘ ได้รับการคัดเลือกให้เป็นปราชญ์เกษตรดีเด่นประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ นอกจากนี้ยังได้รับความไว้วางใจจากโครงการหลวงดอยคำ ให้ส่งวัตถุดิบเสาวรส (เนื้อพร้อมเมล็ด) เป็นจำนวนมาก ผลผลิตและผลิตภัณฑ์ในไร่มีตามฤดูกาล ทั้งน้ำเสาวรสสดพร้อมดื่ม ลูกเสาวรส พริกไทยสด พริกไทยขาว พริกไทยดำ กิ่งพันธ์พริกไทย สะตอ มะไฟ อโวคาโด้ ดอกดีปลากั้ง เงาะ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากอโวคาโด้ ได้แก่ สบู่ ครีม และแชมพูจำหน่ายอีกด้วย ไร่ทิพย์เสาวรส & ไร่พริกไทยลุงประมาณ เป็นอีก ๑ ตัวอย่างของการทำเกษตรแบบผสมผสาน ที่นักท่องเที่ยวทั่วไป นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
ชื่อไฟล์ : yg2wRByMon44200.jpg file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้
ชื่อไฟล์ : วันที่ 1 เมษายน 2564 เวลา 09.00 น. อบต.ห้วยยาง งานนิติการ สำนักปลัดได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของอบต.ห้วยยาง มีทัศนคติค่านิยมในการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต และต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน ภายในกิจกรรม นายรำลึก อิงเอนุ ปลัดอบต.ปฏิบัติหน้าที่นายกอบต.ห้วยยาง ได้ให้ความสำคัญ และร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างชัดเจน file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: วันที่ 1 เมษายน 2564 เวลา 09.00 น. อบต.ห้วยยาง งานนิติการ สำนักปลัดได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของอบต.ห้วยยาง มีทัศนคติค่านิยมในการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต และต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน ภายในกิจกรรม นายรำลึก อิงเอนุ ปลัดอบต.ปฏิบัติหน้าที่นายกอบต.ห้วยยาง ได้ให้ความสำคัญ และร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างชัดเจน../add_file/วันที่ 1 เมษายน 2564 เวลา 09.00 น. อบต.ห้วยยาง งานนิติการ สำนักปลัดได้จัดกิจกรรมเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของอบต.ห้วยยาง มีทัศนคติค่านิยมในการปฏิบัติงานอย่างซื่อสัตย์สุจริต และต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน ภายในกิจกรรม นายรำลึก อิงเอนุ ปลัดอบต.ปฏิบัติหน้าที่นายกอบต.ห้วยยาง ได้ให้ความสำคัญ และร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์อย่างชัดเจน
ชื่อไฟล์ : นโยบาย กลยุทธ์การบริหาร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร งานบริหารงานบุคคล โทร. 042-163167 หน้า บทที่ 1 บททั่วไป 4 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์กลยุทธ์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง บทที่ 2 การจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 6 มาตรฐานความสำเร็จด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล(HR Scorecard) - มิติที่ 1 ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ 6 - มิติที่ 2 ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล 7 - มิติที่ 3 ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล 7 - มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดชอบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล 8 - มิติที่ 5 คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน 8 - และหลักเกณฑ์การพัฒนา บทที่ 3 ขั้นตอนการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 9 แต่งตั้งคณะทำงาน 9 ประชุมคณะทำงาน 9 กำหนดขั้นตอนในการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหาร 10 ทรัพยากรบุคคล การดำเนินงานตามขั้นตอน 10 - วิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคล 10 - เป้าหมายสูงสุดหรือผลสัมฤทธิ์ 11 * ด้านกระบวนงาน 11 * ด้านบุคลากร 12 * ด้านทรัพยากร 13 * ด้านลูกค้า /ผู้รับบริการ (หน่วยงาน/ประชาชน) 13 - วิเคราะห์ SWOT 14 - วิเคราะห์ประเด็นยุทธศาสตร์ 16 - ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 30 - จัดทำรายละเอียดแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 34 - ภาคผนวก 45 องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจในการส่งเสริมท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งในทุกด้าน เพื่อสามารถตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความหลากหลายและครอบคลุมการดำเนินการในหลายด้าน โดยเฉพาะการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นมิติอีกหนึ่งที่จะขาดการพัฒนาไม่ได้ และถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันยุทธศาสตร์และพันธกิจให้ประสบความสำเร็จ และถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ตามวัตถุประสงค์ที่วางเอาไว้ เพื่อให้การบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างมีระบบและต่อเนื่อง องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ได้จัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางขึ้น โดยได้ดำเนินการตามกรอบมาตรฐานความสำเร็จ 5 ด้าน ที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด ได้แก่ 1.ความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์ 2.ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล 3.ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล 4.ความพร้อมรับผิดชอบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล 5.คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน และหลักเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public sector Management Quality Award : PMQA) และสอดรับกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ดังนั้นเพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง มีแผนกลยุทธ์การบริหารงานทรัพยากรบุคคลที่สามารถตอบสนองทิศทางการบริหารงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จึงได้ดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมุ่งเน้นให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคลได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางและประเด็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จะนำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการจัดทำ เพื่อเป้าหมายสำคัญในการผลักดัน พัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อ “เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีสมรรถนะสูงในการส่งเสริมท้องถิ่น ให้เป็นกลไกในการพัฒนาตำบลได้อย่างยั่งยืน” คณะทำงานการจัดการความรู้ในองค์กร KM องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์และกลยุทธ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วิสัยทัศน์ มุ่งพัฒนาเพื่อ “เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีสมรรถนะสูงในการส่งเสริมท้องถิ่น ให้เป็นกลไกในการพัฒนาตำบลได้อย่างยั่งยืน” พันธกิจ 1.พัฒนาตำบลห้วยยางให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง 2.ส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ระดับระดับจังหวัดและกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นตอบสนองความต้องการของประชาชนภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย 3.บริหารงานบุคคลและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรท้องถิ่นให้ทำงานอย่างมืออาชีพ 4ส่งเสริมและพัฒนาระบบบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางให้สามารถส่งมอบบริการสาธารณะให้ประชาชนได้อย่างมีมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ได้จัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลตามกรอบมาตรฐานความสำเร็จด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Scorecard) ซึ่งกรอบมาตรฐาน ดังกล่าว ประกอบด้วย มิติที่ 1 ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ มิติที่ 2 ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล มิติที่ 3 ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล มิติที่ 5 คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน มิติที่ 1 ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ หมายถึง การที่ส่วนราชการมีแนวทางและวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลดังต่อไปนี้ 1) มีนโยบาย แผนงานและมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งมีความสอดคล้องและสนับสนุนให้ อบต. บรรลุพันธกิจเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 2) มีการวางแผนและบริหารกำลังคนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ กล่าวคือ “กำลังคนมีขนาดและสมรรถนะ” ที่เหมาะสมสอดคล้องกับการบรรลุภารกิจและความจำเป็นของส่วนราชการ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีการวิเคราะห์สภาพกำลังคน (Workforce Analysis) สามารถระบุช่องว่างด้านความต้องการกำลังคนและมีแผนเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว 3) มีนโยบาย แผนงาน โครงการและมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อดึงดูด ให้ได้มาพัฒนาและรักษาไว้ซึ่งกลุ่มข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานที่มีทักษะหรือสมรรถนะสูง ซึ่งจำเป็นต่อความคงอยู่และขีดความสามารถในการแข่งขันของส่วนราชการ (Talent Management) 4) มีแผนการสร้างและพัฒนาผู้บริหารทุกระดับ รวมทั้งมีแผนการสร้างความต่อเนื่องในการบริหารราชการหรือไม่ นอกจากนี้ยังรวมถึงการที่ผู้นำปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจให้กับข้าราชการและผู้ปฏิบัติงาน ทั้งในเรื่องของผลการปฏิบัติงานและพฤติกรรมในการทำงาน มิติที่ 2 ประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Operational Efficiency) หมายถึง กิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ (HR Transactional Activities) มีลักษณะดังต่อไปนี้ 1) กิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ เช่น การสรรหาคัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง การพัฒนา การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้าย และกิจกรรมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลอื่นๆ มีความถูกต้องและทันเวลา (Accuracy and Timeliness) 2) มีระบบฐานข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีความถูกต้อง เที่ยงตรง ทันสมัย และนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจและการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการได้จริง 3) สัดส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลต่องบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการมีความเหมาะสม และสะท้อนผลิตภาพของบุคลากร (HR Productivity) ตลอดจนความคุ้มค่า (Value for Money) 4) มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ เพื่อปรับปรุงการบริหารและการบริการ (HR Automation) มิติที่ 3 ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล (HRM Program Effectiveness) หมายถึง นโยบาย แผนงาน โครงการ และมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการก่อให้เกิดผลดังต่อไปนี้ 1) มีนโยบาย แผนงาน โครงการ หรือมาตรการในการรักษาไว้ซึ่งข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานซึ่งจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย พันธกิจของส่วนราชการ 2) ความพึงพอใจของข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ต่อนโยบาย แผนงาน โครงการ และมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ 3) การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการแบ่งปันแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ (Development and Knowledge Management) เพื่อพัฒนาข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานให้มีทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการบรรลุภารกิจและเป้าหมายของส่วนราชการ 4) มีระบบการบริหารผลงาน (Performance Management) ที่เน้นประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความคุ้มค่า มีระบบหรือวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานที่สามารถจำแนกความแตกต่างและจัดลำดับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานซึ่งเรียกชื่ออื่นได้อย่างมีประสิทธิผลหรือไม่ เพียงใด นอกจากนี้ ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานมีความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างผลการปฏิบัติงานส่วนบุคคลและผลงานของทีมงานกับความสำเร็จหรือผลงานของส่วนราชการ มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หมายถึง การที่ส่วนราชการจะต้อง 1) รับผิดชอบต่อการตัดสินใจและผลของการตัดสินใจด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ตลอดจนการดำเนินการด้านวินัย โดยคำนึงถึงหลักความสามารถและผลงาน หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน 2) มีความโปร่งใสในทุกกระบวนการของการบริหารทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้จะต้องกำหนดให้ความพร้อมรับผิดด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ มิติที่ 5 คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน หมายถึง การที่ส่วนราชการมีนโยบาย แผนงาน โครงการและมาตรการ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ ดังนี้ 1) ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานมีความพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานระบบงาน และบรรยากาศการทำงาน ตลอดจนมีการนำเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาใช้ในการบริหารราชการและการให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งจะส่งเสริมให้ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยไม่สูญเสียรูปแบบการใช้ชีวิตส่วนตัว 2) มีการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมที่ไม่ใช่สวัสดิการภาคบังคับตามกฎหมาย ซึ่งมีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการและสภาพของส่วนราชการ 3) มีการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายบริหารของส่วนราชการ กับข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และให้ระหว่างข้าราชการ และผู้ปฏิบัติงานด้วยกันเอง และให้กำลังคนมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนส่วนราชการให้พัฒนาไปสู่วิสัยทัศน์ที่ต้องการ มิติในการประเมินสมรรถนะในการบริหารทรัพยากรบุคคลทั้ง 5 มิติ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ส่วนราชการใช้ในการประเมินตนเองว่ามีนโยบาย แผนงาน โครงการ มาตรการดำเนินงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลสอดคล้องกับมิติในการประเมินดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลหรือไม่ มากน้อยเพียงใด หากยังไม่มีการดำเนินการตามมิติการประเมินดังกล่าว หรือมีในระดับน้อยแล้ว ส่วนราชการจะต้องมีการพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับมิติการประเมินดังกล่าว และเป็นการยกระดับประสิทธิภาพและคุณภาพในการปฏิบัติงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลได้ตามหลักเกณฑ์และกรอบมาตรฐานความสำเร็จทั้ง 5 มิติ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล ดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะทำงาน เนื่องด้วยองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แต่งตั้งคณะทำงานการจัดการความรู้ในองค์กร KM ตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ที่ ๑๕ /256๑ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 25๖๑ ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วย ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินโครงการบรรลุวัตถุประสงค์จึงขอแต่งตั้ง คณะทำงานดำเนินการจัดการองค์ความรู้ในองค์กร ดังนี้ 1. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ประธานกรรมการ 2. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กรรมการ 3. หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กรรมการ 4. บุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กรรมการ/และเลขาฯ คณะทำงานมีหน้าที่ดังนี้ ดำเนินการจัดทำแนวทางการจัดความรู้ในองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จัดทำแผนจัดความรู้ในองค์กร ดำเนินการและติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนงาน พัฒนา ปรับปรุงแก้ไข และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม ประชาสัมพันธ์การจัดความรู้ในองค์กรและดำเนินการอื่น ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง 2. ประชุมคณะทำงาน แผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ทั้งหมด ดังนั้นในการปรับปรุงแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล จึงได้มีการประชุมคณะทำงาน เพื่อทบทวนเป้าหมาย แผนดำเนินการ การปฏิบัติตามแผน การติดตามประเมินผลพร้อมสรุปบทเรียนต่าง ๆ ที่ได้จากการดำเนินการตามแผนที่ผ่านมา เพื่อสร้างระบบงาน ระบบการประเมินผล การสรรหา การสร้างความก้าวหน้าในการทำงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ของบุคลากรและสร้างแรงจูงใจ ความผาสุก ความพึงพอใจของบุคลากร ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้บรรลุถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ ตามที่ได้กำหนดไว้ 3. คณะทำงานฯ ได้กำหนดขั้นตอนในการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลตามแนวทาง โดยมีข้อสรุปขั้นตอนการทบทวนแผนฯ ดังนี้ 3.1 การวิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคล จากวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็น ยุทธศาสตร์ และศึกษาข้อมูลที่ได้จากการระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องการประเมินสถานภาพและผลการประเมิน จุดแข็ง จุดอ่อน ประเด็นยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล ผลการวิเคราะห์ส่วนต่างระหว่างความสำคัญของประเด็นทิศทางความต้องการกับผลการปฏิบัติงานด้าน HR และการวิเคราะห์แรงเสริม-แรงต้านของแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ ตามแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 3.2 การกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้ครอบคลุมการ บรรลุเป้าหมาย และจัดลำดับความสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ 3.3 การกำหนดเป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและตัวชี้วัด ผลการปฏิบัติงานของแต่ละเป้าประสงค์ 3.4 การจัดทำรายละเอียดแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล และจัดทำ แผนงาน/โครงการรองรับ 3.5 การขออนุมัติแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลตามแนวทาง ต่อนายก อบต. 3.6 การจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) การบริหารทรัพยากรบุคคลของ แผนงาน/โครงการ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับช่วงเวลาและปีงบประมาณ 3.7 การดำเนินการตามแผนและประเมินผลการปฏิบัติงานพร้อมสร้างบทเรียนเพื่อให้เกิดการปรับปรุงการดำเนินการครั้งต่อ ๆ ไป 4. การดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ 4.1 คณะทำงานฯ ได้วิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคลจากแผนพัฒนา ซึ่งได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงในการส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกในการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน และมีพันธกิจประการหนึ่งคือ พัฒนา ให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง จึงทำให้เห็นทิศทางของการพัฒนาที่จะต้องมีการจัดระบบงานให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เป็นธรรม มีการพัฒนาบุคลากรให้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ อบต. การสร้างให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการนำการจัดการความรู้ (KM) มาใช้ในการพัฒนาองค์กร รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบรรลุถึงความสำเร็จ จึงต้องมีการจัดระบบการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเป็นองค์กรที่มีความสามารถตามวิสัยทัศน์ดังกล่าว คณะทำงานฯ ได้นำผลการศึกษาการระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย และผู้เกี่ยวข้อง จากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนกลยุทธ์ การบริหารทรัพยากรบุคคลตามแนวทาง เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงแผนฯ ซึ่งผลการระดมความคิดเห็นดังกล่าวประกอบด้วย 4.1.1 การวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน ประเด็นท้าทายของการบริหารทรัพยากร บุคคลและการวิเคราะห์ทิศทางความคาดหวังด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ในภายภาคหน้า ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ดังนี้ 1.1ด้านกระบวนงาน 1.นำเอาระบบ IT เข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เช่น KM การจัดเก็บข้อมูล การฝึกอบรมบุคลากร หรือความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานทำให้สามารถทำงานทดแทนกันได้ 2.มีประมวลคำถาม-คำตอบ แยกตามหมวดหมู่ของประเด็นปัญหาเป็นกรณีศึกษา เพราะจะทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางไม่ต้องเสียเวลาในการตอบปัญหา 3.การออกระเบียบต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน วิธีปฏิบัติชัดเจนไม่คลุมเครือ รวมถึงการอบรม ชี้แจงให้ สำนักงานท้องถิ่น file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: นโยบาย กลยุทธ์การบริหาร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร งานบริหารงานบุคคล โทร. 042-163167 หน้า บทที่ 1 บททั่วไป 4 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์กลยุทธ์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง บทที่ 2 การจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 6 มาตรฐานความสำเร็จด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล(HR Scorecard) - มิติที่ 1 ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ 6 - มิติที่ 2 ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล 7 - มิติที่ 3 ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล 7 - มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดชอบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล 8 - มิติที่ 5 คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน 8 - และหลักเกณฑ์การพัฒนา บทที่ 3 ขั้นตอนการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 9 แต่งตั้งคณะทำงาน 9 ประชุมคณะทำงาน 9 กำหนดขั้นตอนในการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหาร 10 ทรัพยากรบุคคล การดำเนินงานตามขั้นตอน 10 - วิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคล 10 - เป้าหมายสูงสุดหรือผลสัมฤทธิ์ 11 * ด้านกระบวนงาน 11 * ด้านบุคลากร 12 * ด้านทรัพยากร 13 * ด้านลูกค้า /ผู้รับบริการ (หน่วยงาน/ประชาชน) 13 - วิเคราะห์ SWOT 14 - วิเคราะห์ประเด็นยุทธศาสตร์ 16 - ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 30 - จัดทำรายละเอียดแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 34 - ภาคผนวก 45 องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจในการส่งเสริมท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งในทุกด้าน เพื่อสามารถตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความหลากหลายและครอบคลุมการดำเนินการในหลายด้าน โดยเฉพาะการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นมิติอีกหนึ่งที่จะขาดการพัฒนาไม่ได้ และถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันยุทธศาสตร์และพันธกิจให้ประสบความสำเร็จ และถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ตามวัตถุประสงค์ที่วางเอาไว้ เพื่อให้การบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างมีระบบและต่อเนื่อง องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ได้จัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางขึ้น โดยได้ดำเนินการตามกรอบมาตรฐานความสำเร็จ 5 ด้าน ที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด ได้แก่ 1.ความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์ 2.ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล 3.ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล 4.ความพร้อมรับผิดชอบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล 5.คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน และหลักเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public sector Management Quality Award : PMQA) และสอดรับกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ดังนั้นเพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง มีแผนกลยุทธ์การบริหารงานทรัพยากรบุคคลที่สามารถตอบสนองทิศทางการบริหารงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จึงได้ดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมุ่งเน้นให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคลได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางและประเด็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จะนำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการจัดทำ เพื่อเป้าหมายสำคัญในการผลักดัน พัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อ “เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีสมรรถนะสูงในการส่งเสริมท้องถิ่น ให้เป็นกลไกในการพัฒนาตำบลได้อย่างยั่งยืน” คณะทำงานการจัดการความรู้ในองค์กร KM องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์และกลยุทธ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วิสัยทัศน์ มุ่งพัฒนาเพื่อ “เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีสมรรถนะสูงในการส่งเสริมท้องถิ่น ให้เป็นกลไกในการพัฒนาตำบลได้อย่างยั่งยืน” พันธกิจ 1.พัฒนาตำบลห้วยยางให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง 2.ส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ระดับระดับจังหวัดและกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นตอบสนองความต้องการของประชาชนภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย 3.บริหารงานบุคคลและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรท้องถิ่นให้ทำงานอย่างมืออาชีพ 4ส่งเสริมและพัฒนาระบบบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางให้สามารถส่งมอบบริการสาธารณะให้ประชาชนได้อย่างมีมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ได้จัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลตามกรอบมาตรฐานความสำเร็จด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Scorecard) ซึ่งกรอบมาตรฐาน ดังกล่าว ประกอบด้วย มิติที่ 1 ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ มิติที่ 2 ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล มิติที่ 3 ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล มิติที่ 5 คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน มิติที่ 1 ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ หมายถึง การที่ส่วนราชการมีแนวทางและวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลดังต่อไปนี้ 1) มีนโยบาย แผนงานและมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งมีความสอดคล้องและสนับสนุนให้ อบต. บรรลุพันธกิจเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 2) มีการวางแผนและบริหารกำลังคนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ กล่าวคือ “กำลังคนมีขนาดและสมรรถนะ” ที่เหมาะสมสอดคล้องกับการบรรลุภารกิจและความจำเป็นของส่วนราชการ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีการวิเคราะห์สภาพกำลังคน (Workforce Analysis) สามารถระบุช่องว่างด้านความต้องการกำลังคนและมีแผนเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว 3) มีนโยบาย แผนงาน โครงการและมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อดึงดูด ให้ได้มาพัฒนาและรักษาไว้ซึ่งกลุ่มข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานที่มีทักษะหรือสมรรถนะสูง ซึ่งจำเป็นต่อความคงอยู่และขีดความสามารถในการแข่งขันของส่วนราชการ (Talent Management) 4) มีแผนการสร้างและพัฒนาผู้บริหารทุกระดับ รวมทั้งมีแผนการสร้างความต่อเนื่องในการบริหารราชการหรือไม่ นอกจากนี้ยังรวมถึงการที่ผู้นำปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจให้กับข้าราชการและผู้ปฏิบัติงาน ทั้งในเรื่องของผลการปฏิบัติงานและพฤติกรรมในการทำงาน มิติที่ 2 ประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Operational Efficiency) หมายถึง กิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ (HR Transactional Activities) มีลักษณะดังต่อไปนี้ 1) กิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ เช่น การสรรหาคัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง การพัฒนา การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้าย และกิจกรรมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลอื่นๆ มีความถูกต้องและทันเวลา (Accuracy and Timeliness) 2) มีระบบฐานข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีความถูกต้อง เที่ยงตรง ทันสมัย และนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจและการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการได้จริง 3) สัดส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลต่องบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการมีความเหมาะสม และสะท้อนผลิตภาพของบุคลากร (HR Productivity) ตลอดจนความคุ้มค่า (Value for Money) 4) มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ เพื่อปรับปรุงการบริหารและการบริการ (HR Automation) มิติที่ 3 ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล (HRM Program Effectiveness) หมายถึง นโยบาย แผนงาน โครงการ และมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการก่อให้เกิดผลดังต่อไปนี้ 1) มีนโยบาย แผนงาน โครงการ หรือมาตรการในการรักษาไว้ซึ่งข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานซึ่งจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย พันธกิจของส่วนราชการ 2) ความพึงพอใจของข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ต่อนโยบาย แผนงาน โครงการ และมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ 3) การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการแบ่งปันแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ (Development and Knowledge Management) เพื่อพัฒนาข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานให้มีทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการบรรลุภารกิจและเป้าหมายของส่วนราชการ 4) มีระบบการบริหารผลงาน (Performance Management) ที่เน้นประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความคุ้มค่า มีระบบหรือวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานที่สามารถจำแนกความแตกต่างและจัดลำดับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานซึ่งเรียกชื่ออื่นได้อย่างมีประสิทธิผลหรือไม่ เพียงใด นอกจากนี้ ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานมีความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างผลการปฏิบัติงานส่วนบุคคลและผลงานของทีมงานกับความสำเร็จหรือผลงานของส่วนราชการ มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หมายถึง การที่ส่วนราชการจะต้อง 1) รับผิดชอบต่อการตัดสินใจและผลของการตัดสินใจด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ตลอดจนการดำเนินการด้านวินัย โดยคำนึงถึงหลักความสามารถและผลงาน หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน 2) มีความโปร่งใสในทุกกระบวนการของการบริหารทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้จะต้องกำหนดให้ความพร้อมรับผิดด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ มิติที่ 5 คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน หมายถึง การที่ส่วนราชการมีนโยบาย แผนงาน โครงการและมาตรการ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ ดังนี้ 1) ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานมีความพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานระบบงาน และบรรยากาศการทำงาน ตลอดจนมีการนำเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาใช้ในการบริหารราชการและการให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งจะส่งเสริมให้ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยไม่สูญเสียรูปแบบการใช้ชีวิตส่วนตัว 2) มีการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมที่ไม่ใช่สวัสดิการภาคบังคับตามกฎหมาย ซึ่งมีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการและสภาพของส่วนราชการ 3) มีการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายบริหารของส่วนราชการ กับข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และให้ระหว่างข้าราชการ และผู้ปฏิบัติงานด้วยกันเอง และให้กำลังคนมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนส่วนราชการให้พัฒนาไปสู่วิสัยทัศน์ที่ต้องการ มิติในการประเมินสมรรถนะในการบริหารทรัพยากรบุคคลทั้ง 5 มิติ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ส่วนราชการใช้ในการประเมินตนเองว่ามีนโยบาย แผนงาน โครงการ มาตรการดำเนินงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลสอดคล้องกับมิติในการประเมินดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลหรือไม่ มากน้อยเพียงใด หากยังไม่มีการดำเนินการตามมิติการประเมินดังกล่าว หรือมีในระดับน้อยแล้ว ส่วนราชการจะต้องมีการพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับมิติการประเมินดังกล่าว และเป็นการยกระดับประสิทธิภาพและคุณภาพในการปฏิบัติงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลได้ตามหลักเกณฑ์และกรอบมาตรฐานความสำเร็จทั้ง 5 มิติ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล ดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะทำงาน เนื่องด้วยองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แต่งตั้งคณะทำงานการจัดการความรู้ในองค์กร KM ตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ที่ ๑๕ /256๑ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 25๖๑ ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วย ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินโครงการบรรลุวัตถุประสงค์จึงขอแต่งตั้ง คณะทำงานดำเนินการจัดการองค์ความรู้ในองค์กร ดังนี้ 1. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ประธานกรรมการ 2. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กรรมการ 3. หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กรรมการ 4. บุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กรรมการ/และเลขาฯ คณะทำงานมีหน้าที่ดังนี้ ดำเนินการจัดทำแนวทางการจัดความรู้ในองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จัดทำแผนจัดความรู้ในองค์กร ดำเนินการและติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนงาน พัฒนา ปรับปรุงแก้ไข และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม ประชาสัมพันธ์การจัดความรู้ในองค์กรและดำเนินการอื่น ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง 2. ประชุมคณะทำงาน แผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ทั้งหมด ดังนั้นในการปรับปรุงแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล จึงได้มีการประชุมคณะทำงาน เพื่อทบทวนเป้าหมาย แผนดำเนินการ การปฏิบัติตามแผน การติดตามประเมินผลพร้อมสรุปบทเรียนต่าง ๆ ที่ได้จากการดำเนินการตามแผนที่ผ่านมา เพื่อสร้างระบบงาน ระบบการประเมินผล การสรรหา การสร้างความก้าวหน้าในการทำงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ของบุคลากรและสร้างแรงจูงใจ ความผาสุก ความพึงพอใจของบุคลากร ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้บรรลุถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ ตามที่ได้กำหนดไว้ 3. คณะทำงานฯ ได้กำหนดขั้นตอนในการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลตามแนวทาง โดยมีข้อสรุปขั้นตอนการทบทวนแผนฯ ดังนี้ 3.1 การวิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคล จากวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็น ยุทธศาสตร์ และศึกษาข้อมูลที่ได้จากการระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องการประเมินสถานภาพและผลการประเมิน จุดแข็ง จุดอ่อน ประเด็นยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล ผลการวิเคราะห์ส่วนต่างระหว่างความสำคัญของประเด็นทิศทางความต้องการกับผลการปฏิบัติงานด้าน HR และการวิเคราะห์แรงเสริม-แรงต้านของแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ ตามแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 3.2 การกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้ครอบคลุมการ บรรลุเป้าหมาย และจัดลำดับความสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ 3.3 การกำหนดเป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและตัวชี้วัด ผลการปฏิบัติงานของแต่ละเป้าประสงค์ 3.4 การจัดทำรายละเอียดแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล และจัดทำ แผนงาน/โครงการรองรับ 3.5 การขออนุมัติแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลตามแนวทาง ต่อนายก อบต. 3.6 การจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) การบริหารทรัพยากรบุคคลของ แผนงาน/โครงการ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับช่วงเวลาและปีงบประมาณ 3.7 การดำเนินการตามแผนและประเมินผลการปฏิบัติงานพร้อมสร้างบทเรียนเพื่อให้เกิดการปรับปรุงการดำเนินการครั้งต่อ ๆ ไป 4. การดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ 4.1 คณะทำงานฯ ได้วิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคลจากแผนพัฒนา ซึ่งได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงในการส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกในการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน และมีพันธกิจประการหนึ่งคือ พัฒนา ให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง จึงทำให้เห็นทิศทางของการพัฒนาที่จะต้องมีการจัดระบบงานให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เป็นธรรม มีการพัฒนาบุคลากรให้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ อบต. การสร้างให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการนำการจัดการความรู้ (KM) มาใช้ในการพัฒนาองค์กร รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบรรลุถึงความสำเร็จ จึงต้องมีการจัดระบบการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเป็นองค์กรที่มีความสามารถตามวิสัยทัศน์ดังกล่าว คณะทำงานฯ ได้นำผลการศึกษาการระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย และผู้เกี่ยวข้อง จากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนกลยุทธ์ การบริหารทรัพยากรบุคคลตามแนวทาง เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงแผนฯ ซึ่งผลการระดมความคิดเห็นดังกล่าวประกอบด้วย 4.1.1 การวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน ประเด็นท้าทายของการบริหารทรัพยากร บุคคลและการวิเคราะห์ทิศทางความคาดหวังด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ในภายภาคหน้า ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ดังนี้ 1.1ด้านกระบวนงาน 1.นำเอาระบบ IT เข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เช่น KM การจัดเก็บข้อมูล การฝึกอบรมบุคลากร หรือความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานทำให้สามารถทำงานทดแทนกันได้ 2.มีประมวลคำถาม-คำตอบ แยกตามหมวดหมู่ของประเด็นปัญหาเป็นกรณีศึกษา เพราะจะทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางไม่ต้องเสียเวลาในการตอบปัญหา 3.การออกระเบียบต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน วิธีปฏิบัติชัดเจนไม่คลุมเครือ รวมถึงการอบรม ชี้แจงให้ สำนักงานท้องถิ่น ../add_file/นโยบาย กลยุทธ์การบริหาร และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร งานบริหารงานบุคคล โทร. 042-163167 หน้า บทที่ 1 บททั่วไป 4 วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์กลยุทธ์ ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง บทที่ 2 การจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 6 มาตรฐานความสำเร็จด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล(HR Scorecard) - มิติที่ 1 ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ 6 - มิติที่ 2 ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล 7 - มิติที่ 3 ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล 7 - มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดชอบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล 8 - มิติที่ 5 คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน 8 - และหลักเกณฑ์การพัฒนา บทที่ 3 ขั้นตอนการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 9 แต่งตั้งคณะทำงาน 9 ประชุมคณะทำงาน 9 กำหนดขั้นตอนในการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหาร 10 ทรัพยากรบุคคล การดำเนินงานตามขั้นตอน 10 - วิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคล 10 - เป้าหมายสูงสุดหรือผลสัมฤทธิ์ 11 * ด้านกระบวนงาน 11 * ด้านบุคลากร 12 * ด้านทรัพยากร 13 * ด้านลูกค้า /ผู้รับบริการ (หน่วยงาน/ประชาชน) 13 - วิเคราะห์ SWOT 14 - วิเคราะห์ประเด็นยุทธศาสตร์ 16 - ปัจจัยแห่งความสำเร็จ 30 - จัดทำรายละเอียดแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 34 - ภาคผนวก 45 องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจในการส่งเสริมท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งในทุกด้าน เพื่อสามารถตอบสนองเจตนารมณ์ของประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นภารกิจที่มีความหลากหลายและครอบคลุมการดำเนินการในหลายด้าน โดยเฉพาะการบริหารทรัพยากรบุคคล เป็นมิติอีกหนึ่งที่จะขาดการพัฒนาไม่ได้ และถือเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันยุทธศาสตร์และพันธกิจให้ประสบความสำเร็จ และถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ตามวัตถุประสงค์ที่วางเอาไว้ เพื่อให้การบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างมีระบบและต่อเนื่อง องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ได้จัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางขึ้น โดยได้ดำเนินการตามกรอบมาตรฐานความสำเร็จ 5 ด้าน ที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด ได้แก่ 1.ความสอดคล้องเชิงกลยุทธ์ 2.ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล 3.ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล 4.ความพร้อมรับผิดชอบด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล 5.คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน และหลักเกณฑ์การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public sector Management Quality Award : PMQA) และสอดรับกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ดังนั้นเพื่อให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง มีแผนกลยุทธ์การบริหารงานทรัพยากรบุคคลที่สามารถตอบสนองทิศทางการบริหารงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จึงได้ดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล โดยมุ่งเน้นให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคลได้มีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางและประเด็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จะนำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่ได้รับการจัดทำ เพื่อเป้าหมายสำคัญในการผลักดัน พัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อ “เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีสมรรถนะสูงในการส่งเสริมท้องถิ่น ให้เป็นกลไกในการพัฒนาตำบลได้อย่างยั่งยืน” คณะทำงานการจัดการความรู้ในองค์กร KM องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์และกลยุทธ์ขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง วิสัยทัศน์ มุ่งพัฒนาเพื่อ “เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลที่มีสมรรถนะสูงในการส่งเสริมท้องถิ่น ให้เป็นกลไกในการพัฒนาตำบลได้อย่างยั่งยืน” พันธกิจ 1.พัฒนาตำบลห้วยยางให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง 2.ส่งเสริมการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ระดับระดับจังหวัดและกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นตอบสนองความต้องการของประชาชนภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย 3.บริหารงานบุคคลและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรท้องถิ่นให้ทำงานอย่างมืออาชีพ 4ส่งเสริมและพัฒนาระบบบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางให้สามารถส่งมอบบริการสาธารณะให้ประชาชนได้อย่างมีมาตรฐาน องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ได้จัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลตามกรอบมาตรฐานความสำเร็จด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Scorecard) ซึ่งกรอบมาตรฐาน ดังกล่าว ประกอบด้วย มิติที่ 1 ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ มิติที่ 2 ประสิทธิภาพของการบริหารทรัพยากรบุคคล มิติที่ 3 ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล มิติที่ 5 คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน มิติที่ 1 ความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ หมายถึง การที่ส่วนราชการมีแนวทางและวิธีการบริหารทรัพยากรบุคคลดังต่อไปนี้ 1) มีนโยบาย แผนงานและมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งมีความสอดคล้องและสนับสนุนให้ อบต. บรรลุพันธกิจเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ 2) มีการวางแผนและบริหารกำลังคนทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ กล่าวคือ “กำลังคนมีขนาดและสมรรถนะ” ที่เหมาะสมสอดคล้องกับการบรรลุภารกิจและความจำเป็นของส่วนราชการ ทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีการวิเคราะห์สภาพกำลังคน (Workforce Analysis) สามารถระบุช่องว่างด้านความต้องการกำลังคนและมีแผนเพื่อลดช่องว่างดังกล่าว 3) มีนโยบาย แผนงาน โครงการและมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อดึงดูด ให้ได้มาพัฒนาและรักษาไว้ซึ่งกลุ่มข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานที่มีทักษะหรือสมรรถนะสูง ซึ่งจำเป็นต่อความคงอยู่และขีดความสามารถในการแข่งขันของส่วนราชการ (Talent Management) 4) มีแผนการสร้างและพัฒนาผู้บริหารทุกระดับ รวมทั้งมีแผนการสร้างความต่อเนื่องในการบริหารราชการหรือไม่ นอกจากนี้ยังรวมถึงการที่ผู้นำปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจให้กับข้าราชการและผู้ปฏิบัติงาน ทั้งในเรื่องของผลการปฏิบัติงานและพฤติกรรมในการทำงาน มิติที่ 2 ประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Operational Efficiency) หมายถึง กิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ (HR Transactional Activities) มีลักษณะดังต่อไปนี้ 1) กิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ เช่น การสรรหาคัดเลือก การบรรจุแต่งตั้ง การพัฒนา การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้าย และกิจกรรมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลอื่นๆ มีความถูกต้องและทันเวลา (Accuracy and Timeliness) 2) มีระบบฐานข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีความถูกต้อง เที่ยงตรง ทันสมัย และนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจและการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการได้จริง 3) สัดส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับกิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลต่องบประมาณรายจ่ายของส่วนราชการมีความเหมาะสม และสะท้อนผลิตภาพของบุคลากร (HR Productivity) ตลอดจนความคุ้มค่า (Value for Money) 4) มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในกิจกรรมและกระบวนการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ เพื่อปรับปรุงการบริหารและการบริการ (HR Automation) มิติที่ 3 ประสิทธิผลของการบริหารทรัพยากรบุคคล (HRM Program Effectiveness) หมายถึง นโยบาย แผนงาน โครงการ และมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการก่อให้เกิดผลดังต่อไปนี้ 1) มีนโยบาย แผนงาน โครงการ หรือมาตรการในการรักษาไว้ซึ่งข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานซึ่งจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย พันธกิจของส่วนราชการ 2) ความพึงพอใจของข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ต่อนโยบาย แผนงาน โครงการ และมาตรการด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ 3) การสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมให้มีการแบ่งปันแลกเปลี่ยนข้อมูลและความรู้ (Development and Knowledge Management) เพื่อพัฒนาข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานให้มีทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการบรรลุภารกิจและเป้าหมายของส่วนราชการ 4) มีระบบการบริหารผลงาน (Performance Management) ที่เน้นประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความคุ้มค่า มีระบบหรือวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานที่สามารถจำแนกความแตกต่างและจัดลำดับผลการปฏิบัติงานของข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานซึ่งเรียกชื่ออื่นได้อย่างมีประสิทธิผลหรือไม่ เพียงใด นอกจากนี้ ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานมีความเข้าใจถึงความเชื่อมโยงระหว่างผลการปฏิบัติงานส่วนบุคคลและผลงานของทีมงานกับความสำเร็จหรือผลงานของส่วนราชการ มิติที่ 4 ความพร้อมรับผิดด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล หมายถึง การที่ส่วนราชการจะต้อง 1) รับผิดชอบต่อการตัดสินใจและผลของการตัดสินใจด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ตลอดจนการดำเนินการด้านวินัย โดยคำนึงถึงหลักความสามารถและผลงาน หลักคุณธรรม หลักนิติธรรม และหลักสิทธิมนุษยชน 2) มีความโปร่งใสในทุกกระบวนการของการบริหารทรัพยากรบุคคล ทั้งนี้จะต้องกำหนดให้ความพร้อมรับผิดด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลแทรกอยู่ในทุกกิจกรรมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการ มิติที่ 5 คุณภาพชีวิตและความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน หมายถึง การที่ส่วนราชการมีนโยบาย แผนงาน โครงการและมาตรการ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ ดังนี้ 1) ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานมีความพึงพอใจต่อสภาพแวดล้อมในการทำงานระบบงาน และบรรยากาศการทำงาน ตลอดจนมีการนำเทคโนโลยีการสื่อสารเข้ามาใช้ในการบริหารราชการและการให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งจะส่งเสริมให้ข้าราชการและผู้ปฏิบัติงานได้ใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยไม่สูญเสียรูปแบบการใช้ชีวิตส่วนตัว 2) มีการจัดสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมที่ไม่ใช่สวัสดิการภาคบังคับตามกฎหมาย ซึ่งมีความเหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการและสภาพของส่วนราชการ 3) มีการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างฝ่ายบริหารของส่วนราชการ กับข้าราชการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน และให้ระหว่างข้าราชการ และผู้ปฏิบัติงานด้วยกันเอง และให้กำลังคนมีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนส่วนราชการให้พัฒนาไปสู่วิสัยทัศน์ที่ต้องการ มิติในการประเมินสมรรถนะในการบริหารทรัพยากรบุคคลทั้ง 5 มิติ เป็นเครื่องมือที่จะช่วยทำให้ส่วนราชการใช้ในการประเมินตนเองว่ามีนโยบาย แผนงาน โครงการ มาตรการดำเนินงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลสอดคล้องกับมิติในการประเมินดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลหรือไม่ มากน้อยเพียงใด หากยังไม่มีการดำเนินการตามมิติการประเมินดังกล่าว หรือมีในระดับน้อยแล้ว ส่วนราชการจะต้องมีการพัฒนาระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับมิติการประเมินดังกล่าว และเป็นการยกระดับประสิทธิภาพและคุณภาพในการปฏิบัติงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลได้ตามหลักเกณฑ์และกรอบมาตรฐานความสำเร็จทั้ง 5 มิติ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ดำเนินการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล ดังนี้ 1. แต่งตั้งคณะทำงาน เนื่องด้วยองค์การบริหารส่วนตำบล ได้แต่งตั้งคณะทำงานการจัดการความรู้ในองค์กร KM ตามคำสั่งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ที่ ๑๕ /256๑ เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 25๖๑ ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วย ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินโครงการบรรลุวัตถุประสงค์จึงขอแต่งตั้ง คณะทำงานดำเนินการจัดการองค์ความรู้ในองค์กร ดังนี้ 1. นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ประธานกรรมการ 2. ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กรรมการ 3. หัวหน้าส่วนราชการองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กรรมการ 4. บุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง กรรมการ/และเลขาฯ คณะทำงานมีหน้าที่ดังนี้ ดำเนินการจัดทำแนวทางการจัดความรู้ในองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง จัดทำแผนจัดความรู้ในองค์กร ดำเนินการและติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงานตามแผนงาน พัฒนา ปรับปรุงแก้ไข และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรม ประชาสัมพันธ์การจัดความรู้ในองค์กรและดำเนินการอื่น ๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง 2. ประชุมคณะทำงาน แผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ทั้งหมด ดังนั้นในการปรับปรุงแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล จึงได้มีการประชุมคณะทำงาน เพื่อทบทวนเป้าหมาย แผนดำเนินการ การปฏิบัติตามแผน การติดตามประเมินผลพร้อมสรุปบทเรียนต่าง ๆ ที่ได้จากการดำเนินการตามแผนที่ผ่านมา เพื่อสร้างระบบงาน ระบบการประเมินผล การสรรหา การสร้างความก้าวหน้าในการทำงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ของบุคลากรและสร้างแรงจูงใจ ความผาสุก ความพึงพอใจของบุคลากร ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้บรรลุถึงวิสัยทัศน์ พันธกิจ ตามที่ได้กำหนดไว้ 3. คณะทำงานฯ ได้กำหนดขั้นตอนในการจัดทำแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลตามแนวทาง โดยมีข้อสรุปขั้นตอนการทบทวนแผนฯ ดังนี้ 3.1 การวิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคล จากวิสัยทัศน์ พันธกิจ ประเด็น ยุทธศาสตร์ และศึกษาข้อมูลที่ได้จากการระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้-ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องการประเมินสถานภาพและผลการประเมิน จุดแข็ง จุดอ่อน ประเด็นยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล ผลการวิเคราะห์ส่วนต่างระหว่างความสำคัญของประเด็นทิศทางความต้องการกับผลการปฏิบัติงานด้าน HR และการวิเคราะห์แรงเสริม-แรงต้านของแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ ตามแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล 3.2 การกำหนดประเด็นยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้ครอบคลุมการ บรรลุเป้าหมาย และจัดลำดับความสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ 3.3 การกำหนดเป้าประสงค์เชิงกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและตัวชี้วัด ผลการปฏิบัติงานของแต่ละเป้าประสงค์ 3.4 การจัดทำรายละเอียดแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคล และจัดทำ แผนงาน/โครงการรองรับ 3.5 การขออนุมัติแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลตามแนวทาง ต่อนายก อบต. 3.6 การจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) การบริหารทรัพยากรบุคคลของ แผนงาน/โครงการ ให้สอดคล้องเหมาะสมกับช่วงเวลาและปีงบประมาณ 3.7 การดำเนินการตามแผนและประเมินผลการปฏิบัติงานพร้อมสร้างบทเรียนเพื่อให้เกิดการปรับปรุงการดำเนินการครั้งต่อ ๆ ไป 4. การดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ 4.1 คณะทำงานฯ ได้วิเคราะห์ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคลจากแผนพัฒนา ซึ่งได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูงในการส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เป็นกลไกในการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน และมีพันธกิจประการหนึ่งคือ พัฒนา ให้เป็นองค์กรที่มีสมรรถนะสูง จึงทำให้เห็นทิศทางของการพัฒนาที่จะต้องมีการจัดระบบงานให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดี มีระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลที่เป็นธรรม มีการพัฒนาบุคลากรให้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ อบต. การสร้างให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยการนำการจัดการความรู้ (KM) มาใช้ในการพัฒนาองค์กร รวมถึงมีการนำเทคโนโลยีมาใช้สนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเพื่อให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นบรรลุถึงความสำเร็จ จึงต้องมีการจัดระบบการบริหารงานบุคคลให้มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการเป็นองค์กรที่มีความสามารถตามวิสัยทัศน์ดังกล่าว คณะทำงานฯ ได้นำผลการศึกษาการระดมความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้-ส่วนเสีย และผู้เกี่ยวข้อง จากการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการจัดทำแผนกลยุทธ์ การบริหารทรัพยากรบุคคลตามแนวทาง เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงแผนฯ ซึ่งผลการระดมความคิดเห็นดังกล่าวประกอบด้วย 4.1.1 การวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน ประเด็นท้าทายของการบริหารทรัพยากร บุคคลและการวิเคราะห์ทิศทางความคาดหวังด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยาง ในภายภาคหน้า ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ดังนี้ 1.1ด้านกระบวนงาน 1.นำเอาระบบ IT เข้ามาช่วยในการปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เช่น KM การจัดเก็บข้อมูล การฝึกอบรมบุคลากร หรือความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานทำให้สามารถทำงานทดแทนกันได้ 2.มีประมวลคำถาม-คำตอบ แยกตามหมวดหมู่ของประเด็นปัญหาเป็นกรณีศึกษา เพราะจะทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยางไม่ต้องเสียเวลาในการตอบปัญหา 3.การออกระเบียบต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน วิธีปฏิบัติชัดเจนไม่คลุมเครือ รวมถึงการอบรม ชี้แจงให้ สำนักงานท้องถิ่น
ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุง file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้ ชื่อไฟล์: รอปรับปรุง../add_file/รอปรับปรุง
ชื่อไฟล์ : อาเซียน (ASEAN) เป็นการรวมตัวกันของ 10 ประเทศ ในทวีปเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฎิญญาว่าด้วย ความร่วมมืออาเซียนเห็นชอบ ให้จัดตั้ง ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือ เป็นองค์กรระหว่างประเทศ ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีจุดเริ่มต้นโดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ได้ร่วมกันจัดตั้ง สมาคมอาสา (Association of South East Asia) เมื่อเดือน ก.ค.2504 เพื่อการร่วมมือกันทาง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม แต่ ดำเนินการ ไปได้เพียง 2 ปี ก็ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากความผกผันทางการเมือง ระหว่างประเทศอินโดนีเซียและประเทศมาเลเซีย จนเมื่อมีการฟื้นฟูสัมพันธ์ทางการฑูต ระหว่างสองประเทศ จึงได้มีการแสวงหาหนทางความร่วมมือกันอีกครั้ง และสำเร็จภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) ในปีนั้นเองจะมีการเปิดกว้างให้ประชาชนในแต่ละประเทศสามารถเข้าไปทำงานในประเทศ อื่น ๆ ในประชาคมอาเซียนได้อย่างเสรี เสมือนดังเป็นประเทศเดียวกัน ซึ่งจะมีผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและการมีงานทำของคนไทย ควรทำความ เข้าใจในเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน ความเป็นมาของอาเซียน สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) หรือ ปฏิญญาอาเซียน (ASEAN Declaration) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510 โดยมีประเทศสมาชิก 5 ประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่อมามีประเทศสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุส-ซาลาม เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา ตามลำดับ จึงทำให้ปัจจุบันอาเซียน มีสมาชิก 10 ประเทศ “อาเซียน” สู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ปัจจุบัน บริบททางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทำให้อาเซียนต้องเผชิญ สิ่งท้าทายใหม่ๆ อาทิ โรคระบาด การก่อการร้าย ยาเสพติด การค้ามนุษย์ สิ่งแวดล้อม ภัยพิบัติ อีกทั้ง ยังมีความจำเป็นต้องรวมตัวกันเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและขีดความสามารถทางการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคใกล้เคียง และในเวทีระหว่างประเทศ ผู้นำอาเซียนจึงเห็นพ้องกันว่า อาเซียนควรจะร่วมมือกันให้เหนียวแน่น เข้มแข็ง และมั่นคงยิ่งขึ้น จึงได้ประกาศ “ปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือในอาเซียน ฉบับที่ 2” (Declaration of ASEAN Concord II) ซึ่งกำหนดให้มีการสร้างประชาคมอาเซียนที่ประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ - ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Political and Security Community - APSC) มุ่งให้ประเทศกลุ่มสมาชิกอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แก้ไขปัญหาระหว่างกันโดยสันติวิธี มีเสถียรภาพและความมั่นคงรอบด้าน เพื่อความมั่นคงปลอดภัยของเหล่าประชาชน - ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community - AEC) มุ่งเน้นให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆได้โดย - ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio - Cultural Community - ASCC) มุ่งหวังให้ประชากรอาเซียนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงทางสังคม มีการพัฒนาในทุกๆ ด้าน และมีสังคมแบบเอื้ออาร โดยจะมีแผนงานสร้างความร่วมมือ 6 ด้าน คือ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม สิทธิและความยุติธรรมทางสังคม ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน การลดช่องว่างทางการพัฒนา ซึ่งต่อมาผู้นำอาเซียนได้ตกลงให้มีการจัดตั้งประชาคมอาเซียนให้แล้วเสร็จเร็วขึ้นมาเป็นภายในปี 2558 ประชาคมอาเซียน คือ ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือ การรวมตัวของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนให้เป็นชุมชนที่มีความแข็งแกร่ง สามารถสร้างโอกาสและรับมือส่งท้าท้าย ทั้งด้านการเมืองความมั่นคง เศรษฐกิจ และภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยสมาชิกในชุมชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี สามารถประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น และสมาชิก ในชุมชนมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จุดประสงค์หลักของอาเซียน ปฏิญญากรุงเทพฯ ได้ระบุวัตถุประสงค์สำคัญ 7 ประการของการจัดตั้งอาเซียน ได้แก่ 1. ส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และการบริหาร 2. ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค 3. เสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค 4. ส่งเสริมให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี 5. ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในรูปของการฝึกอบรมและการวิจัย และส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 6. เพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนการปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม 7. เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ ภาษาอาเซียน ภาษาทางการที่ใช้ในการติดต่อประสานงานระหว่างประเทศสมาชิก คือ ภาษาอังกฤษ คำขวัญของอาเซียน "หนึ่งวิสัยทัศน์ หนึ่งเอกลักษณ์ หนึ่งประชาคม” (One Vision, One Identity, One Community) อัตลักษณ์อาเซียน อาเซียนจะต้องส่งเสริมอัตลักษณ์ร่วมกันของตนและความรู้สึกเป็นเจ้าของในหมู่ประชาชนของตน เพื่อให้บรรลุชะตา เป้าหมาย และคุณค่าร่วมกันของอาเซียน สัญลักษณ์อาเซียน คือ ดวงตราอาเซียนเป็น รูปมัดรวงข้าว สีเหลืองบนพื้นวงกลม สีแดงล้อมรอบด้วยวงกลมสีขาว และสีน้ำเงิน รวงข้าวสีเหลือง 10 ต้น หมายถึง ความใฝ่ฝันของบรรดาสมาชิกในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ทั้ง 10 ประเทศ ให้มีอาเซียนที่ผูกพันกันอย่างมีมิตรภาพและเป็นหนึ่งเดียว วงกลม เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงเอกภาพของอาเซียน ตัวอักษรคำว่า asean สีน้ำเงิน อยู่ใต้ภาพรวงข้าว แสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกันเพื่อความมั่นคง สันติภพ เอกภาพ และความก้าวหน้าของประเทศสมาชิกอาเซียน สีเหลือง : หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง สีแดง : หมายถึง ความกล้าหาญและการมีพลวัติ สีขาว : หมายถึง ความบริสุทธิ์ สีน้ำเงิน : หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง